
ทิ้งทวน 5 โมงเย็น "ชัชชาติ" ไขก๊อกลาออก "ผู้ว่าฯกทม." เตรียมเดินทาง ตปท.คืนนี้
"ชัชชาติ" ยื่นใบลาออกตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. มีผลทันที 5 โมงเย็น เคลียร์ชัดเหตุลาออกก่อน เพราะต้องบินนอกร่วมยินดีลูก ไม่อยากเอาเปรียบเวลาราชการ-ตัดปัญหาตั้งกุนซือรักษาการ พร้อมประกาศฃลุกศึกเลือกตั้งสมัย 2
18 พ.ค. 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ได้ลาออกเช้าวันนี้แล้ว โดยจะมีผลทันทีในเวลา 17.00 น. เพราะคืนนี้ตนเองต้องเดินทางไปต่างประเทศร่วมงานรับปริญญาของนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ ลูกชาย จะได้ไม่ต้องไปเบียดเบียนเวลาราชการและไม่ต้องมีรักษาการ ยืนยันว่าจะลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ในสมัยต่อไป
" ประกาศลงต่อไปตั้งแต่เมื่อวาน ไม่มีอะไรหรอก ชีวิตเดินต่อไปสบายสบาย Just another day แค่อีกวันหนึ่งในชีวิต หลัง 5 โมงอยู่ไม่ได้แล้ว ไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ แล้วกลายเป็นประชาชนเต็มขั้น คงขี่จักรยานไปขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านตามปกติ" ผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าว
ส่วนความพร้อมลงสนามเลือกตั้งผู้ว่ากทม.ครั้งนี้ นายชัชชาติ กล่าวว่า จะเน้นนโยบายเรื่องผลิตภาพ (Productivity) เพราะขณะนี้เราต้องแข่งกับเมืองทั่วโลกใช้ทรัพยากรให้น้อย เพื่อให้ได้ผลผลิตมากที่สุด เพิ่มประสิทธิภาพของเมืองให้มากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยี 3 เรื่องคือ ความสุข โอกาส และความหวัง เพราะช่วงที่ผ่านมาเรามีความสุขมากขึ้น เมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อไปจึงต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ แข่งขันกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกในอนาคต
เมื่อถามว่าช่วงที่ลาออกจะมีช่องว่าง มีความเป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นเรื่องทีมงาน ข้าราชการทุกคนอยู่ต่อ นโยบายทำต่อ เป็นเรื่องปกติของระบอบประชาธิปไตยที่มีช่วงที่ว่าง เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเลือกคนใหม่เข้ามา ที่ผ่านมางานต่าง ๆ ข้าราชการและทีมงานก็ทำได้ดี
“ก็ต้องทำดิ เพราะเขาจ่ายเงินถึงวินาทีสุดท้าย มีเรื่องที่เป็นห่วงอยู่เยอะ” นายชัชชาติ กล่าว
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยังระบุว่า ส่วนทีมงานที่จะเข้ามาช่วยเหลือ ก็ยังเป็นชุดเดิมและมีชุดใหม่เข้ามาด้วย ต้องขอบคุณทีมงานและข้าราชการลูกจ้างที่ช่วยกันทำงานอย่างดีในช่วงเกือบ 4 ปีที่ผ่านมา พน้อมให้คะแนนกานทำงาน 5 เต็ม 10 ระบุว่า เพราะไม่ควรถามตนเอง แต่เราให้ทีมงาน 8 คะแนน จึงขอให้คนอื่นให้คะแนนเราดีกว่า เพราะพูดไปมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ ส่วนสิ่งที่พอใจมากที่สุดในตลอด 4 ปีคงเป็นการตอบสนองปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการกับประชาชน เชื่อว่าระบบต่าง ๆ เช่น Traffy Fondue จะทำให้ข้าราชการเห็นความสำคัญของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในเรื่องหนึ่ง แต่ 4 ปีที่ผ่านมาเหลือแค่ 1.9 วันโดยเฉลี่ย
ดังนั้นประชาชนสั่งการมา เราทำได้เร็วขึ้น ประชาชนรู้สึกว่ามีการกระจายอำนาจไปได้มากขึ้น ประชาชนไว้ใจเรามากขึ้น เพราะตอนที่เราเข้ามาวันแรก ๆ ประชาชนไม่ไว้ใจ กทม.มีแต่เรื่องใต้โต๊ะ ทุจริตสั่งการอะไรก็ไม่ทำให้ เราก็ไม่ไว้ใจประชาชน ประชาชนบ่นก็ไม่ค่อยฟัง แต่ตอนนี้เปลี่ยนไป มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ทำให้เราหันหน้าเข้าประชาชนมากยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนกฏหมาย ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมโดยไม่ใช้เงินลงทุนแต่ได้ผลตอบแทนที่มีค่ามากขึ้น คงต้องทำต่อเชิงรุกมากขึ้น ที่ผ่านมาเราให้ประชาชนแจ้งเหตุ แต่ต่อไปเราต้องลงไปหาปัญหามากขึ้น



