
สปภ.กทม. สรุปเหตุรถไฟชนรถเมล์ จุดตัดทางรถไฟอโศก ดับ 8 เจ็บ 30
สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. สรุปเหตุโศกนาฏกรรม รถไฟชนรถเมล์ บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก ดับ 8 เจ็บ 30
17 พ.ค. 2569 สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร สรุปเหตุรถไฟชนรถเมล์ เมื่อวานนี้ (16 พ.ค. 2569) เวลาประมาณ 15.42 น. ศูนย์วิทยุพระราม สปภ.กทม. ได้รับแจ้งเหตุว่าเกิดอุบัติเหตุชนรุนแรงจนทำให้เพลิงไหม้ลุกท่วมรถยนต์หลายคัน บริเวณถนนนิคมมักกะสัน แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
เหตุการณ์เริ่มต้นจาก รถไฟขนสินค้า ชนเข้ากับ รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 อย่างรุนแรง แรงปะทะส่งผลให้รถเมล์คันดังกล่าวไถลไปชนกับ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล (Honda CR-V) จนเกิดประกายไฟและปะทุเป็นเพลิงไหม้ขนาดใหญ่อย่างรวดเร็ว
เปลวไฟที่โหมกระหน่ำ คลอกเผารถเมล์และรถ CR-V จนวอดเสียหายหมดทั้งคัน นอกจากนี้ ความรุนแรงของอุบัติเหตุและการเฉี่ยวชนต่อเนื่องยังส่งผลให้มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุกส่วนบุคคล และรถจักรยานยนต์คันอื่นๆ ในบริเวณนั้นได้รับความเสียหายรวมทั้งสิ้นถึง 11 คัน
อุบัติเหตุครั้งนี้นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ใจกลางกรุง โดยมีรายละเอียดผู้ได้รับผลกระทบ ดังนี้
- ผู้เสียชีวิต จำนวน 8 ราย (ระบุตัวตนได้ 2 ราย ส่วนอีก 5 รายยังไม่ทราบชื่อ-นามสกุล)
- ผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 30 ราย ซึ่งถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน (เช่น โรงพยาบาลคามิลเลียน, โรงพยาบาลเพชรเวช, โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์)
เนื่องจากเป็นเหตุวินาศภัยขนาดใหญ่ จึงมีผู้บังคับบัญชาระดับสูง ทั้งนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตราชเทวี เข้าอำนวยการระดมสรรพกำลังในพื้นที่
นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมนายอนุวัฒน์ อ้นน่วม รองผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้านปฏิบัติการ ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 1 ผู้อำนวยการกองปฏิบัติการดับเพลิงและกู้ภัย 5 ระดมกำลังและควบคุมสั่งการเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในสังกัดรวม 84 นาย และรถดับเพลิงอีก 25 คัน จาก ส.ดพ.พญาไท ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เกิดเหตุ และอีก 9 สถานีดับเพลิงทั่วกรุงเทพฯ ร่วมกันระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงจนสงบ
การเคลียร์พื้นที่หลังเกิดเหตุ เป็นการรวมพลังจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยราชการ เจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยต้องใช้รถยกขนาด 70 ตัน เพื่อเคลื่อนย้ายซากรถเมล์และรถยนต์ออกจากพื้นที่ และทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ส่งหัวรถจักรมาทำการลากตู้คอนเทนเนอร์ออกจากรางรถไฟจุดเกิดเหตุ เพื่อเปิดการจราจรทางรางให้กลับสู่สภาวะปกติ ส่วนสาเหตุและมูลค่าความเสียหายอย่างละเอียด ทางสถานีตำรวจนครบาลมักกะสันกำลังเร่งสืบสวนสอบสวนอย่างเร่งด่วน
สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียทุกท่านอีกครั้ง



