ข่าว

ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ

ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ

15 พ.ค. 2569

ผู้เสียหาย กรณีแพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ เข้าร้องขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ ชี้ เอาผิดผู้ผลิตได้แม้จะอยู่ต่างประเทศ

จากกรณีนายเว้ง หรือ นายพิชิต แซ่ตัน อายุ 44 ปี เจ้าของร้าน "เว้ง ข้าวต้มปลาซิ่งราชบุรี" จังหวัดราชบุรี ได้ซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมจากแอปพลเคชันแห่งหนึ่ง แต่ภายหลังจากใช้ผลิตภัณฑ์ปรับพบว่ามีอาการแพ้จนหนังศีรษะพอง มีอาการแสบร้อนและน้ำเหลืองไหล สร้างความทรมาน และเจ็บปวดอย่างมาก 

ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ    ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ   ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ

 

ล่าสุดวันที่ 15 พ.ค.2569 นายพิชิต แซ่ตัน ผู้เสียหายได้เดินทางมา ที่โรงพยาบาลภูมิพล เพื่อทำการตรวจหาสารเคมีที่ส่งผลต่อร่างกาย หลังจากนั้นไปร้องทุกข์ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ภายหลังจากที่เกิดเหตุได้มีการติดต่อไปยังร้านในออนไลน์ที่ทำการซื้อผลิตภัณฑ์มา ซึ่งในตอนแรกมีทีท่าว่าจะไม่รับผิดชอบ เนื่องจากบอกว่าจะรับผิดชอบแค่การจ่ายเงินค่าสินค้าคืนให้ แต่ต่อมาหลังจากที่เป็นข่าว ก็มีการติดต่อกลับว่าจะรับผิดชอบ หลังจากนั้นก็หายไป

ผู้เสียหาย แพ้ยาย้อมผมที่ซื้อออนไลน์ ขอความเป็นธรรม สคบ. ยัน แอปฯ-ผู้ลงทะเบียนร้านค้า ต้องรับผิดชอบ

ซึ่งตนมองว่าไม่เป็นธรรม เพราะจากผลตรวจจากโรงพยาบาลภูมิพลยืนยันว่า อาการของตนนั้น เกิดจากการแพ้สารเคมีจริง ตอนนี้ยังคงมีอาการแสบร้อนบริเวณหนังศีรษะ มีอาการตกสะเก็ด และ น้ำเหลืองยังคงไหลอยู่ ในเบื้องต้นได้ไปทำการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี ซึ่งเป็นการรักษาตามอาการ โดยการรับประทานยาแก้แพ้ แก้คัน แก้ปวด และแก้อักเสบ  พร้อมให้ใช้ยาสระผมฆ่าเชื้อ ช่วยในการรักษาด้วย โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 20 วัน


ซึ่งการเดินทางมาร้องทุกข์กับ สคบ.ในครั้งนี้ ก็เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ถึงที่สุด เพราะตนก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทรมานกับอาการที่เป็นอยู่ นอกจากนี้ยังกังวลว่า ในอนาคตจะมีอาการผมร่วงหรือไม่ จากการที่ได้รับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ก็รู้สึกสบายใจขึ้นและเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรม

ในขณะที่ทางด้าน นายณัชภัทร ขาวแก้ว ผอ.ฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ และติดตามสอดส่องการประกอบธุรกิจ กองคุ้มครองบริโภค 4 ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก็พบว่า มีการผลิตอยู่ในประเทศจีน ไม่มีสลากภาษาไทย ซึ่งต้องไปตรวจสอบรายละเอียดว่ามีการจดแจ้งภายในประเทศ ตามที่เจ้าของร้านในแอปพลเคชันได้กล่าวอ้างหรือไม่

 

ส่วนประเด็นในเรื่องของการดำเนินคดี ยืนยันว่าสามารถทำได้ เนื่องจากการขายของออนไลน์ภายในแอพพลิเคชั่นนั้น เกี่ยวพันธ์กับกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว และผลิตภัณฑ์ที่ผู้เสียหายใช้นั้นมีความจำเป็นที่ต้องขึ้นทะเบียนกลับสำนักงานคณะกรรมการอาหาร และ ยา แม้ว่าผู้ผลิตอาจจะอยู่ต่างประเทศ แต่เจ้าของแอปพลเคชัน รวมไปถึงผู้ที่ลงทะเบียนร้านค้า จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น