
เปิดประวัติ "อุ๊ กรุงสยาม" เซียนพระเครื่องแนวหน้าของไทย
เปิดประวัติ "อุ๊ กรุงสยาม" เซียนพระเครื่องแนวหน้าของไทย ผู้เชี่ยวชาญพระสายหลวงปู่ทวด ดีกรีผู้บุกเบิกวงการพระเครื่องออนไลน์
จากกรณีดราม่าร้อนของวงการพระเครื่อง ระหว่าง เซียนพระชื่อดัง อาทิ โทน บางแค และ หนุ่ม นครปฐม เป็นต้น ที่เปิดศึกพิพาทกับ “มาดามเก่ง ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์” นักธุรกิจพันล้าน ปมหนี้สินรวมกันกว่าหลายพันล้านบาท ซึ่งบานปลายจนมีการแจ้งความดำเนินคดีและพาดพิงถึงนายตำรวจระดับสูง อย่าง “บิ๊กเต่า” ต่อมาเจ้าหน้าที่เตรียมขยายผลเอาผิดกับเครือข่ายเซียนพระ รวม 9 ราย ที่ถูกเชื่อมโยงกับขบวนการซื้อขายพระและฉ้อโกง นั้น
ตั้งแต่วันแรกที่ดราม่าเกิดขึ้น สังคมวิพากษ์วิจารย์ออกเป็นหลายฝ่าย ซึ่งหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีเซียนพระชื่อดังบางส่วนยืนหยัดเคียงข้างมาดามเก่ง ซึ่งหนึ่งในนั้นมี "อุ๊ กรุงสยาม" ที่ออกสื่อพร้อมมาดามแทบทุกครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นยืนหยัดเคียงข้างมาดามในเฟซบุ๊ก นายกอุ๊ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ อยู่หลายโพสต์
แล้ว อุ๊ กรุงสยาม คือใคร ? มาค่อยๆ ทำความรู้จักกับบุคคลนี้กัน
“อุ๊ กรุงสยาม” หรือชื่อจริงคือ นายวัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ถือเป็นเซียนพระและนักธุรกิจสายพระเครื่องชื่อดังของไทย มีบทบาทในวงการพระเครื่องมานานกว่า 30 ปี โดยจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก เริ่มจากการทำหนังสือพระเครื่องชื่อ “กรุงสยาม” จนกลายเป็นฉายาติดตัวว่า “อุ๊ กรุงสยาม”
ต่อมาเขายังเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์พระเครื่อง uamulet.com ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเว็บพระเครื่องยุคแรก ๆ ของไทย ตั้งแต่ประมาณปี 2545 โดย อุ๊ กรุงสยาม มีชื่อเสียงด้านความรู้เกี่ยวกับพระสาย หลวงปู่ทวด และพระเครื่องหายากหลายสาย ทั้งยังเคยมีบทบาทในวงการพระเครื่อง เช่น ที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการของสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย นอกจากวงการพระ อุ๊ กรุงสยาม ยังเคยมีบทบาทด้านการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วย
ประเด็นที่ทำให้ชื่อของ “อุ๊ กรุงสยาม” เข้ามาอยู่ในพื้นที่หน้าข่าวมีอยู่หลายช่วง โดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับวงการพระเครื่องและประเด็นสังคม อาทิ
- คดีพระเครื่องถูกขโมยปี 2558 ที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อหลานชายของอุ๊ กรุงสยาม ถูกจับหลังขโมยพระเครื่องกว่า 300 องค์ มูลค่าราว 5.8 ล้านบาท แล้วนำไปขายใช้หนี้พนันฟุตบอล
- กระแสโยง “คดีอุทยานราชภักดิ์” ในช่วงปี 2558 ชื่อของอุ๊ กรุงสยาม ถูกกล่าวถึงในข่าวและโลกออนไลน์ เพราะมีรายงานว่าทหารถามข้อมูลหรือเชิญไปให้ปากคำเกี่ยวกับประเด็นซื้อขายวัตถุมงคลและบุคคลในแวดวง แต่ไม่มีข้อมูลสาธารณะว่าถูกตั้งข้อหาหรือถูกพิพากษาคดีนั้น
- การออกมาวิพากษ์วงการพระ เพราะหลายครั้งอุ๊ กรุงสยาม ให้สัมภาษณ์หรือไลฟ์พูดถึงปัญหาในวงการพระ เช่น การปั่นราคา การ “กินโต๊ะ” และความขัดแย้งระหว่างเซียนพระ ทำให้กลายเป็นกระแสในสื่ออยู่เรื่อย ๆ
- ภาพลักษณ์สายตรง–พูดแรง เพราะอุ๊ กรุงสยาม ถือเป็นคนที่พูดตรงในสื่อและโซเชียล จึงมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ โดยเฉพาะเวลาแสดงความเห็นเรื่องวงการพระหรือบุคคลสาธารณะ



