ข่าว

"พระอาจารย์คึกฤทธิ์" รับทราบข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด แจกโบนัสลูกศิษย์

"พระอาจารย์คึกฤทธิ์" รับทราบข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด แจกโบนัสลูกศิษย์

12 พ.ค. 2569

"พระอาจารย์คึกฤทธิ์" เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง รับทราบข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด แจกโบนัสลูกศิษย์ ด้าน ทนายความ ชี้ ไม่ผิด 157 เพราะไม่ได้เป็น จนท.รัฐ

12 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 08.30 น. พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี พร้อมทีมทนายความ เดินทางเข้าพบ ตำรวจ บก.ปปป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา "ยักยอกเงินวัด และ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" จากกรณีมีการตรวจพบพยานหลักฐานว่า พระคึกฤทธิ์ นำเงินของวัดไปจ่ายโบนัสให้กับลูกศิษย์หลักแสนบาทต่อคน ในช่วงปี 2555-2559 ซึ่งเข้าข่ายใช้เงินวัดผิดวัตถุประสงค์
 

ด้าน นายนันทน อินทนนท์ ทนายความของ พระคึกฤทธิ์ แถลงต่อสื่อมวลชน ระบุว่า วันนี้พระคึกฤทธิ์ เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดม.157 และม.147 ยักยอกเงินวัด ซึ่งทางพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ได้รับและเซ็นรับทราบข้อกล่าวหาไปแล้ว แต่ได้ยื่นแย้งในความผิดมาตรา 157 เพราะประเด็นสำคัญที่สุด คือข้อกฎหมายที่ว่าด้วย "เจ้าอาวาสเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาหรือไม่"
 

เพราะหากไม่ใช่ ก็อาจไม่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 เนื่องจาก พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 45 ระบุว่า ผู้ที่ถือเป็นเจ้าพนักงานต้องเป็นพระที่ได้รับแต่งตั้งในตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ หรือเจ้าคณะตำบล ส่วน "เจ้าอาวาส" มีอำนาจเพียงบริหารกิจการภายในวัด ไม่ได้ปกครองคณะสงฆ์ จึงไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา 

 

"พระอาจารย์คึกฤทธิ์" รับทราบข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด แจกโบนัสลูกศิษย์
 

ส่วนประเด็นที่ทนายฝั่งตรงข้าม มีการยื่นให้ตรวจสอบการเปิดบัญชีของวัดตั้งแต่ปี 2554-2559 แต่กฎหมายของมหาเถรสมาคม เพิ่งมีการออกมาเมื่อปี 2568 ไม่สามารถนำมาบังคับใช้ย้อนหลังได้ ส่วนประเด็นที่มีการจ่ายเงินค่าโบนัสให้กับพนักงานของวัดจำนวน 4 คน โดยเงินที่ได้รับเฉลี่ยประมาณเดือนละ 30,000 บาท สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำมองว่าไม่เกินสมควร แต่ถ้าหากพนักงานสอบสวนมองว่าไม่สมควร ก็พร้อมที่จะเข้ามาชี้แจงเส้นทางการเงิน
 

ส่วนกรณีที่มีสำนักข่าวบางข่าวออกไปว่า พระคึกฤทธิ์ถูกสอบและมีอาการเครียดนั้น ยืนยันว่าพระอาจารย์ไม่ได้มีท่าทีเครียด บรรยากาศการสอบสวนเป็นไปด้วยดี พนักงานสอบสวนมีท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนในฐานะที่ท่านเป็นพระสงฆ์ ส่วนที่พระคึกฤทธิ์ไม่ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยตนเอง เพราะไม่ต้องการเผชิญหน้ากับคู่กรณี แต่หากสื่อมวลชนต้องการซักถามข้อเท็จจริงอย่างไม่เป็นทางการ ก็สามารถไปที่วัดนาป่าพง เพื่อพูดคุยกับเจ้าอาวาสได้ แต่ข้อเท็จจริงทางด้านกฎหมายและวิชาการ ว่าเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ ตนก็พร้อมที่จะชี้แจง
 

ส่วนกรณีนักเปรียญธรรม 9 ประโยค ที่มีการไปออกรายการดังพูดประเด็นเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายทางสงฆ์ ตนเองในฐานะทนายความพร้อมที่จะออกไปดีเบต หากรายการไหนเชิญ โดยเฉพาะรายการโหนกระแส 

ทนายพระคึกฤทธิ์ ระบุอีกว่า เตรียมดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่ง ที่นำข้อมูลเส้นทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลของลูกศิษย์วัดกว่า 30 คนไปเผยแพร่ต่อสาธารณะ จนทำให้ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ทั้งที่ยืนยันว่าเป็นการรับเงินโดยชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีกรณีที่มีกลุ่มบุคคลกล่าวหาวัดเรื่องใช้เงินทำคดีในเยอรมนีกว่า 42 ล้านบาท และจ่ายค่าทนาย 20 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายทนายมองว่าเป็นข้อมูลบิดเบือน จึงยื่นฟ้องหมิ่นประมาทแล้ว พร้อมย้ำว่า หากพบว่ามีการร้องเรียนหรือแจ้งความโดยใช้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน จะดำเนินคดีกลับอย่างเด็ดขาด โดยคดีบางส่วนศาลนัดไต่สวนในเดือนกรกฎาคมนี้