ข่าว

หนีหนี้? “โทน บางแค” เปิดใจเคลียร์ชัด ทุกประเด็นร้อน วอนสังคมอย่ารีบตัดสิน

หนีหนี้? “โทน บางแค” เปิดใจเคลียร์ชัด ทุกประเด็นร้อน วอนสังคมอย่ารีบตัดสิน

09 พ.ค. 2569

เปิดใจเคลียร์ ! “โทน บางแค” หนีหนี้? โกง? เปิดหน้าชนผู้มีอำนาจ? ผลกระทบคนรอบข้าง? วงการพระ? แจงให้ฟังหมด ไม่มีกั๊ก วอนสังคม อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินคนผิด

หลังเกิดประเด็น "ความขัดแย้งเรื่องหนี้สินและการแจ้งความกลับนายตำรวจระดับสูง" ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2569 "โทน บางแค" หรือ นายโทนทอง สุขแก่น ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ คมชัดลึกออนไลน์ ว่า ตนเป็นหนี้มาดามเก่ง จริง! แต่ไม่เคยมีความคิดจะหนีหนี้อย่างที่โดนครหา ซึ่งหนี้ 120  ล้านบาทเป็นหนี้จากการเช่าซื้อตึกในราคา 120 ล้านบาท บวกดอกเบี้ย 8% ต่อปี รวมแล้วดอกเบี้ยก็อีก 50 กว่าล้านบาท  และมีทำสัญญาผ่อน 10 ปี  ซึ่งก็มีการผ่อนชำระมาแล้วและผ่อนล่วงหน้าไปถึงเดือน ก.พ.2570 แล้ว

หนีหนี้? “โทน บางแค” เปิดใจเคลียร์ชัด ทุกประเด็นร้อน วอนสังคมอย่ารีบตัดสิน

โดยเป็นการชำระด้วยทรัพย์สิน , เงินสด รวมถึงล่าสุดก่อนปิดบัญชีตัวนี้ ยังมีการโอนเงิน 550,000 บาท ไปให้ทางฝั่งนั้น ตามที่เห็นในสื่อโซเชียลอยู่เลย

 

"ผมเชื่อว่าหลายท่านก็เคยผ่อนบ้านใน 25 ปี  บ้านผมก็ผ่อนอยู่ ผ่อนไปได้  2-3 ปี แล้วจู่ๆ ธนาคาร บอกว่าไม่ต้องแล้ว ให้คุณจ่ายให้หมด  สังคมลองคิดก่อนว่า ควรจะเป็นแบบนี้หรือเปล่า" โทน บางแค ตั้งคำถามชวนคิด

ส่วนก้อน 180 ล้านบาทนั้น ก็เป็นหนี้ที่มีการใช้  ผ่านการประเมินทรัพย์สิน เพื่อเป็นการค้ำประกันไว้ และให้ยืดระยะเวลาการผ่อนชำระ 5  ปี  โดยมีการเขียนเช็คค้ำประกันไว้อีกหนึ่งใบ คือ 180 ล้านบาท ถ้าจำไม่ผิดจะครบกำหนดชำระวันที่ 29 มิถุนายน 2573 

ระหว่างนี้ นายโทนยังกล่าวว่า ก็ต้องเก็บเงินเพื่อจะไปชำระ และไถ่ถอนพระทุกองค์ ที่อยู่ตรงนั้น เพราะเป็นของที่ตนรักอยู่แล้ว  เป็นของที่ตนฝันไว้ว่า จะเอาไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ ให้คนได้เข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับพระเครื่อง พระองค์ต่างๆ ตามความสนใจ ซึ่งเคยคิดโปรเจกต์นี้กับทางฝั่งคู่กรณีด้วยซ้ำ ทำไปได้สักพัก ก็ล้มเลิกโปรเจกต์ไปเพราะว่าปัญหาเศรษฐกิจและปัจจัยหลายๆ อย่าง

 

ส่วนประเด็นที่มีการกล่าวอ้างว่า ประเมินของราคาสูงเกินจริง นายโทน ขอพื้นที่ในการชี้แจงว่า ผู้ที่เป็นคนประเมินของ ก็เป็นคนสนิทของฝั่งคู่กรณีที่พามากันเอง ไม่ใช่ฝั่งตนเป็นคนประเมินราคาอยู่ฝั่งเดียว 

ส่วนการเปิดหน้าชนกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้น นายโทน บางแค เปิดใจว่า ในวันที่มีการพูดคุยอยู่ตรงนั้นที่ชั้น 27 เราเป็นแค่พ่อค้าพระ แล้วโดนกดดันตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปลายทาง จึงรู้สึกว่า มันไม่ใช่เรื่องถูกต้อง จึงต้องขอไปปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง โดยไปยื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และยื่นหนังสือกับ ก.ตร. ให้ช่วยพิจารณาแล้ว 

หนีหนี้? “โทน บางแค” เปิดใจเคลียร์ชัด ทุกประเด็นร้อน วอนสังคมอย่ารีบตัดสิน

"ถ้าเกิดว่า ผมถูกแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ  ผมก็อยากให้ย้ายการสืบสวนสอบสวนไปที่หน่วยงานที่ไม่ใช่ตรงนี้ เพราะว่าเป็นคู่ขัดแย้ง ผมก็มีความรู้สึกกลัวนะ พูดตรงๆ ผมกลัวนะ เชื่อผมก็ได้ ไม่เชื่อผมก็ได้ ถ้าเรื่องชั้น 27 วันนั้นไม่เป็นความจริง คุณคิดว่าคนอย่าง โทน บางแค เซียนพระคนหนึ่ง พ่อค้าพระคนหนึ่ง นักธุรกิจพระคนหนึ่ง จะกล้าเปิดประเด็นนี้ไหมครับ ถามจริงๆ เอาแบบวิญญูชนคนธรรมดา ใครจะไปกล้าเปิดประเด็นไปแจ้งความดำเนินคดีท่าน ไม่มีใครกล้าหรอกถ้ากล้าก็ต้องบ้าแล้วครับ แต่ผมไม่ใช่คนบ้านะ ผมมีสติสัมปชัญญะ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็ต้องไปว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และขอความเป็นธรรมให้ผมด้วย"

 

เมื่อถามว่า เริ่มมีการเปิดเผยข้อมูลในวงการพระว่า มีการดักทำร้ายกัน โดยเฉพาะหนึ่งในเก้าเซียนพระ นายโทน บางแค เปิดเผยว่า วงการพระรู้กันมาก่อนแล้ว และรู้ลึกมากกว่านี้อีกเยอะ และเชื่อว่าเดี๋ยวก็จะมีการเปิดประเด็นของคนอื่นเพิ่มขึ้น สิ่งนี้แหละ เป็นสิ่งที่ทำให้ตนกลัว ถ้าไปเห็นภาพที่คนคนนั้นโดนทำร้าย ท่านก็ลองพิจารณากันดู อีกเรื่องคือ ตนยอมนับวาามีการรู้จักกับเซียนพระบางคน ซึ่งจะเป็นการรู้จักในลักษณะการซื้อขายกันบ้าง แต่อย่าเอาตนไปรวมกับกลุ่มคน 8-9 คนนั้น เพราะตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทางฝั่งนั้นจะฟ้องหรือจะแจ้งจับอะไรกันอยู่  ยังยืนยันตรงนี้ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับมาดาม คือการซื้อ-ขายกันโดยตรงแค่นั้น 

 

"ผมเป็นหนี้จริง แต่ตอนนี้สังคมตีตราว่า เป็นคนโกงไปแล้ว  แต่ผมยังยืนยันตรงนี้ ผมยังไม่ได้โกงใครเลย พนักงานที่บริษัทผม 30-40 คน ธุรกิจผมก็ต้องเดินต่อ ค่าน้ำค่าไฟค่าใช้จ่ายมีทุกวัน ผมก็ต้องทำการค้าขาย แต่วันนี้ ผมถูกดิสเครดิตต่างๆ นานา ออกนอกประเด็นของกรณีนี้ไปหมด ผมยืนตรงนี้ได้ก็โคตรแข็งแกร่งแล้วนะ และประเด็นเป็นหนี้เป็นสินอะไรก็แล้วแต่ ลูกเมียผมไม่เกี่ยว ไปโยงลูก โยงเมีย โยงคนในครอบครัวผม ผมขอถามว่ายุติธรรมแล้วเหรอ  ภรรยาผมโพสต์เฟซบุ๊กคนเข้าไปใส่ยับเลย ถ่มถุยถากถาง ท่านจะให้ความยุติธรรม ท่านรอก่อนได้ไหม "