ข่าว

รวบยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว ทลายกองถ่ายซีรีส์จีน แนวตั้ง จ.เชียงใหม่

รวบยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว ทลายกองถ่ายซีรีส์จีน แนวตั้ง จ.เชียงใหม่

08 พ.ค. 2569

รวบหมดยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว บุกจับ กองถ่ายทำภาพยนตร์ซีรีส์จีน แนวตั้ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ไม่มีใบอนุญาติทำงาน แฝงตัวในคราบนักท่องเที่ยว

วันที่ 8 พ.ค.2569 เพจเฟซบุ๊ก Chiangmai Report รายงานข่าว ตำรวจท่องเที่ยวบุกจับกองถ่ายทำภาพยนตร์ซีรีส์จีน แนวตั้ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมโปรดิวเซอร์และนักแสดงชาวจีนรวม 8 คน แอบถ่ายทำ ไม่ได้ขออนุญาต และไม่มีใบอนุญาติทำงาน

รวบยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว ทลายกองถ่ายซีรีส์จีน แนวตั้ง จ.เชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนพ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สารวัตรสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทท.2 บุกเข้าจับกุม กลุ่มชาวจีน ลักลอบถ่ายทำภาพยนตร์ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบพบทีมงานชาวจีน และมีคนไทยทำหน้าที่เป็นล่าม กำลังถ่ายทำภาพยนตร์ โดยไม่พบเอกสาร การขออนุญาตตามกฎหมาย และไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ควบคุมการถ่ายทำตามที่กำหนด อีกทั้งยังพบว่าบุคคลดังกล่าว เข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยว และไม่มีใบอนุญาตทำงาน

จากการสอบถาม นางเหวย ผู้ต้องหา ให้การรับว่าเป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดง กำลังถ่ายทำ “ซีรีส์แนวตั้ง” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเลือกใช้สถานที่ ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน

รวบยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว ทลายกองถ่ายซีรีส์จีน แนวตั้ง จ.เชียงใหม่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ควบคุมการถ่ายทำ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่บิดเบือน หรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งบทภาพยนตร์หรือเรื่องย่อ ต้องผ่านการพิจารณา จากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถ่ายทำได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท

 

รวบยกแก๊ง! ตำรวจท่องเที่ยว ทลายกองถ่ายซีรีส์จีน แนวตั้ง จ.เชียงใหม่

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว ชาวจีนทั้ง 8 คน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการแจ้งการแจ้งความผิดเป็นพินัย ต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป