
"ศุภมาศ" ลุยโรงงานปลากระป๋อง รอผล DNA พิสูจน์ "คางดำ" หรือไม่ หลังพบยัดไส้ไม่ตรงปก
"ศุภมาศ" สั่งลุยตรวจโรงงานสมุทรสาคร หลังผู้บริโภคสงสัยเจอ "ปลาหมอคางดำ" รอกรมประมงตรวจ DNA ยัน ลั่นถ้าช่วยไม่ได้ก็อย่าทำร้ายกัน!"
จากกรณีดราม่าที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเนื้อปลาในปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่งอาจเป็น "ปลาหมอคางดำ" หรือ "ปลานิล" แทนที่จะเป็นปลาแมคเคอเรลหรือปลาซาร์ดีนตามที่ระบุบนฉลากนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 น.ส.ศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับคำสั่งด่วนจากนายกรัฐมนตรีให้ประสานความร่วมมือกับ สคบ., อย., และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานผลิตและติดตามกระบวนการคัดเลือกวัตถุดิบอย่างใกล้ชิด
น.ส.ศุภมาศ กล่าวก่อนลงพื้นที่ว่า เลขาฯ อย. โทรมาเล่าให้ฟังในช่วงเย็นวานนี้ ถ้าเป็นประเด็นปลากระป๋อง ก็คือ พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 โดยดูเรื่องของจุดผลิตต้นกำเนิดให้ได้สินค้าที่มีมาตรฐาน ตั้งแต่ตัวโรงงาน การผลิต หรือคุณภาพของวัตถุดิบต่างๆ ก็ว่าไปตามกฎหมายว่าเจออะไรบ้าง ซึ่งเจ้าของโรงงานบอกว่าเป็นปลาแมคเคอเรล 60% แต่ผู้บริโภคพบว่าน่าจะไม่ใช่ปลาแมคเคอเรล ตอนนี้ก็ยังเป็นข้อสันนิษฐานอยู่ 2 ปลาคือ ปลาหมอคางดำ กับ ปลานิล ซึ่งก็คงต้องส่งกรมประมงตรวจ DNA ถึงจะทราบว่าเป็นปลาอะไร
ส่วนจะฝากเตือนไปยังผู้ประกอบการที่ยังเอารัดเอาเปรียบประชาชนอย่างไร นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ในสภาวะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ประชาชนจึงใจบางกว่าปกติ เพราะทุกคนได้รับผลกระทบเกี่ยวกับปัญหาปากท้อง ฉะนั้นขอผู้ประกอบการอย่าซ้ำเติมคนไทยด้วยกัน และอยากให้เห็นใจคนไทยในสภาวะเช่นนี้ พร้อมย้ำว่าหากช่วยไม่ได้ก็อย่าทำร้ายกัน
ส่วนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส จำหน่ายสินค้าราคาประหยัด จะมีการควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างไร น.ส.ศุภมาส ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เนื่องจากสินค้าในโครงการนำมาจากโรงงานขนาดใหญ่ มีผู้จัดจำหน่ายที่เป็นผู้ค้าชั้นนำ ดังนั้นสินค้าจึงได้มาตรฐานอยู่แล้ว และโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นโครงการที่ผู้ประกอบการเห็นใจคนไทยในสภาวะเดียวกัน จึงยอมที่จะเฉือนเนื้อ หรือทำโครงการที่เรียกว่า CSR หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการขายของที่ไม่มีกำไร เพื่อที่จะช่วยคนไทยด้วยกัน ให้ผ่านสภาวะดังกล่าว ผ่านการจำหน่ายสินค้าในราคายุติธรรมและจับต้องได้



