ข่าว

กรมควบคุมโรค เตือน! เลี่ยงกินหมูดิบ เสี่ยง "ไข้หูดับ" พบป่วยพุ่ง 241 ราย

กรมควบคุมโรค เตือน! เลี่ยงกินหมูดิบ เสี่ยง "ไข้หูดับ" พบป่วยพุ่ง 241 ราย

28 เม.ย. 2569

กรมควบคุมโรค เตือน! เลี่ยงกินหมูดิบ เสี่ยง "ไข้หูดับ" พบป่วยพุ่ง 241 ราย ย้ำงดเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมรวมกลุ่ม ป้องกันหูหนวกถาวรหรือเสียชีวิต

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อหมูดิบ หรือสุก ๆ ดิบ ๆ ซึ่งเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อไข้หูดับ (Streptococcus suis) โรคติดเชื้อรุนแรงที่อาจนำไปสู่ภาวะหูหนวกถาวร พิการหรือเสียชีวิตได้ พร้อมขอความร่วมมือ หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมรวมกลุ่ม เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน โดยเน้นย้ำหลัก “กินสุก แยกอุปกรณ์ สะอาดทุกขั้นตอน” เป็นแนวทางป้องกันที่สำคัญที่สุด
 

28 เม.ย. 2569 นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า จากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) กองระบาดวิทยา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 24 เมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 241 ราย (อัตราป่วย 0.371 ต่อประชากรแสนคน) โดยพบมากในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ 50 – 59 ปี และ 40 – 49 ปี ตามลำดับ พื้นที่ที่พบรายงานผู้ป่วยต่อเนื่อง ได้แก่ ภาคกลางตอนบน ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
 

 

"สถานการณ์ปีนี้ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 2 (เมษายน – มิถุนายน) ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศร้อน และมีพฤติกรรมบริโภคอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ มากขึ้น โรคนี้อาจเริ่มจากอาการคล้ายไข้ทั่วไป แต่สามารถลุกลามอย่างรวดเร็วถึงขั้นสูญเสียการได้ยินถาวรหรือเสียชีวิตได้ จึงขอให้ประชาชนอย่าประมาทกับการกินหมูดิบแม้เพียงเล็กน้อย" อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าว

ด้าน นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ติดเชื้อมักเริ่มมีอาการภายใน 3 วันหลังรับเชื้อ เช่น ไข้สูง ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เช่น คอแข็ง ซึม ชัก หรือมีจ้ำเลือดตามผิวหนัง เมื่อเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดและลุกลามไปยังเยื่อหุ้มสมอง จะทำให้เกิด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และอาจลุกลามไปยังประสาทหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการหูตึง หูดับ หรือหูหนวกถาวรได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
 

ความอันตรายของโรคนี้อยู่ที่ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเร็ว หลายรายจากคนปกติ กลายเป็นผู้พิการทางการได้ยินภายในไม่กี่วัน หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้น หากมีไข้ร่วมกับประวัติกินหมูดิบหรือสัมผัสหมูดิบ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติเสี่ยงให้ชัดเจน เพื่อให้ได้รับยาปฏิชีวนะอย่างรวดเร็ว ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงการหูหนวกและการเสียชีวิตได้
 

กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำมาตรการป้องกันโรคไข้หูดับ โดยขอความร่วมมือประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการบริโภคและการประกอบอาหารอย่างเคร่งครัด 

 

  1. บริโภคอาหารที่ปรุงสุกเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบทุกชนิด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการติดเชื้อ
  2. แยกอุปกรณ์ปรุงอาหารระหว่างเนื้อหมูดิบและสุก ไม่ใช้เขียงหรือภาชนะร่วมกัน เพื่อลดการปนเปื้อนของเชื้อ 
  3. เลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่ได้มาตรฐานและเชื่อถือได้ ไม่บริโภคเนื้อที่มีสีคล้ำหรือมีกลิ่นผิดปกติ 
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสเนื้อหมูหรือเลือดด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องควรสวมอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม เช่น ถุงมือ รองเท้าบูท หรือหน้ากากอนามัย 
  5. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อหมู เพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ร่างกาย 
  6. หลีกเลี่ยงการจัดเลี้ยงหรือบริโภคเมนูหมูดิบในงานบุญ งานพิธี หรือกิจกรรมรวมกลุ่ม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดผู้ป่วยเป็นกลุ่มก้อนในชุมชน
  7. หากมีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ หรืออาการผิดปกติภายหลังมีประวัติเสี่ยง ให้รีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ทั้งนี้ กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ออาการรุนแรง ได้แก่ ผู้ดื่มสุราเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

 

ทั้งนี้ การบริโภคหมูดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ อาจไม่ใช่เพียงพฤติกรรมการกินที่ผิดสุขลักษณะ แต่ยังเป็นความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินอย่างถาวรหรืออันตรายถึงชีวิตได้ กรมควบคุมโรคขอความร่วมมือประชาชน หลีกเลี่ยงการกินอาหารดิบ และยึดหลัก "กินสุก สะอาด ปลอดภัย" เพื่อปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัว หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422