ข่าว

ไวยาวัจกร วัดสนามไชย หลั่งน้ำตา วอน "พระครูปลัดสมบัติ" กลับวัด

ไวยาวัจกร วัดสนามไชย หลั่งน้ำตา วอน "พระครูปลัดสมบัติ" กลับวัด

22 เม.ย. 2569

ไวยาวัจกร วัดสนามไชย หลั่งน้ำตา วอน "พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ" กลับวัด ระบุ หากมีปัญหา อยากให้มาพูดคุยกัน

ความคืบหน้ากรณี "พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ" เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หายตัวไปอย่างปริศนา ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 สามารถติดตามตัวคนขับรถเก๋งที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 2 ราย ทำให้เริ่มเห็นเส้นทางการเดินทางก่อนหายตัวชัดเจนมากขึ้น
 

จากการสอบสวนทราบว่า คนขับรถคันแรกได้ไปรับเจ้าอาวาสจากวัด ก่อนพาไปส่งบุตรชายที่จังหวัดขอนแก่น และระหว่างเดินทางกลับ เจ้าอาวาสได้ขอให้ไปส่งต่อที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่คนขับมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สามารถขับต่อได้ จึงแวะพักในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และประสานรถอีกคันมารับต่อ
 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวคนขับรถคันที่สอง ซึ่งให้การว่า เจ้าอาวาสว่าจ้างให้ไปส่งที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แต่ระหว่างทางเมื่อถึงพื้นที่อำเภอเมืองตาก ได้ขอให้จอดส่งที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถไปเพียงลำพัง ซึ่งถือเป็นจุดสุดท้ายที่มีผู้พบเห็น
 

ทั้งนี้ จากคำให้การของคนขับรถทั้งสองคัน ระบุว่า เจ้าอาวาสมีลักษณะเครียด และมีการพูดถึงภาระงาน โดยเฉพาะโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน ที่ตั้งใจจะจัดให้สำเร็จ แม้จะมีความเหนื่อยล้าและความเห็นต่างในการทำงานอยู่บ้าง
 

ไวยาวัจกร วัดสนามไชย หลั่งน้ำตา วอน "พระครูปลัดสมบัติ" กลับวัด

ล่าสุดวันนี้ (22 เม.ย. 2569) ที่วัดสนามไชย นายพฤกษ์ สุขเกษม อายุ 64 ปี ไวยาวัจกรวัด พร้อมพระลูกวัดและคณะกรรมการ ยังคงเฝ้าติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด โดยหลายคนเริ่มรู้สึกคลายกังวล หลังมีเบาะแสชัดเจนมากขึ้น
 

นายพฤกษ์ เปิดเผยว่า  พอทราบ ข้อมูลว่าท่านเจ้าอาวาสมีความน้อยใจและเหนื่อยจากการบริหารจัดการภายในวัด การทำงานร่วมกับเจ้าอาวาสที่ผ่านมา อาจมีความเห็นต่างและโต้เถียงกันบ้าง แต่ไม่เคยมีความรุนแรง ทุกอย่างสามารถพูดคุยกันได้ พร้อมยืนยันว่าที่ผ่านมาได้ช่วยงานวัดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะโครงการบวชสามเณรภาคฤดูร้อนที่มีผู้เข้าร่วม 92 รูป ซึ่งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าตามมา
 

อย่างไรก็ตาม หลังทราบว่าตำรวจสามารถติดตามตัวคนขับรถได้แล้วทั้ง 2 ราย อยากฝากถึงเจ้าอาวาสให้ติดต่อกลับมายังวัด เนื่องจากทุกคนต่างเป็นห่วง และต้องเดินทางให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่หลายแห่งจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

 

"ไม่ว่าท่านจะอยู่ในสภาพใด ทุกคนพร้อมรับและพากลับวัด หากมีปัญหาอยากให้กลับมาพูดคุยกัน หรือหากไม่ประสงค์จะกลับวัด ก็พร้อมรับฟัง เพื่อหาทางออกที่เหมาะสม และดำเนินการตามระเบียบต่อไป"นายพฤกษ์กล่าวทัั้งน้ำตา

 

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งติดตามตัวเจ้าอาวาสอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าเส้นทางในพื้นที่ภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดตาก อาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายคดีครั้งนี้