
เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงฯ ยันกิ่งยางนาหักไม่ใช่ลางร้าย
เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงฯ ยันกิ่งยางนาหักเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ใช่ลางร้าย เตรียมสำรวจกิ่งที่สุ่มเสี่ยงเพื่อรักษาต้นไม้อายุ 226 ปี ให้ยืนยาว
จากกรณี กิ่งขนาดมหึมาของ “ต้นยางนา” อายุกว่า 226 ปี ซึ่งเป็นต้นไม้โบราณสำคัญคู่เมืองเชียงใหม่ ภายในวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมืองเชียงใหม่ ได้หักร่วงหล่นลงมาอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา โดยกิ่งไม้ดังกล่าวได้ไปเกี่ยวสายไฟฟ้าแรงสูง ส่งผลให้เสาไฟฟ้าและหม้อแปลงล้มจนเกิดกระแสไฟช็อตภายในบริเวณวัด นอกจากนี้ยังมีรถตู้ที่จอดอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้รับความเสียหาย แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ขณะเกิดเหตุสภาพอากาศนิ่งสงบ ไม่มีลมพายุหรือฝนตกแต่อย่างใด โดยกิ่งยางนาดังกล่าวหักลงมาเอง เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากสภาพเนื้อไม้ด้านในที่เปราะ แห้ง และเป็นโพรงไปตามกาลเวลาและอายุขัยของต้นไม้ที่มีอายุกว่าสองศตวรรษ
สำหรับต้นยางนาต้นนี้ ถือเป็น “ต้นไม้หมายเมือง” ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เนื่องจากถูกปลูกขึ้นในสมัยพระเจ้ากาวิละ เพื่อให้เป็นต้นไม้คู่กับเสาหลักเมืองเชียงใหม่ หรือ “เสาอินทขิล” โดยปัจจุบันภายในวัดมีต้นยางนาอนุรักษ์เหลืออยู่ทั้งหมด 3 ต้น และต้นที่เกิดเหตุถือว่ามีความสำคัญที่สุดเพราะตั้งอยู่ใกล้กับเสาหลักเมือง
เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากเกิดขึ้นตรงกับ “วันพญาวัน” ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 16 เมษายน (เลื่อนจากวันที่ 15 เมษายนตามปฏิทินปักขทึนล้านนา) ซึ่งถือเป็นวันมงคลสูงสุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ชาวเมืองบางส่วนกังวลว่าอาจเป็นลางบอกเหตุร้าย หรือที่ทางล้านนาเรียกว่า “เหตุขึดบ้านขึดเมือง” ขณะที่ประชาชนอีกส่วนหนึ่งมองว่าเป็นเรื่องทางธรรมชาติที่ไม้ใหญ่ย่อมมีการหักโค่นตามอายุขัย และเตือนไม่ให้งมงายจนเกินไป
ด้าน พระราชวชิรสิทธิ (อัมพร กตปูญโญ) เจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวง วรวิหาร ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติทางธรรมชาติ เนื่องจากต้นยางนาต้นนี้มีประวัติยาวนาน ปลูกมาตั้งแต่สมัยพระเจ้ากาวิละ รวมอายุได้กว่า 226 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมาทางวัดมีทีมรุกขกร (ผู้เชี่ยวชาญด้านต้นไม้) เข้ามาสำรวจและดูแลรักษาต้นไม้ใหญ่อย่างต่อเนื่องมาหลายปี เหตุการณ์ครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายของทีมงาน และขอให้ประชาชนอย่ากังวลหรือตีความไปในทางลางบอกเหตุที่ไม่ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ ไม่ได้เกี่ยวกับลางดีหรือไม่ดี แต่มันเป็นเหตุสุดวิสัยที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาของต้นไม้ที่มีอายุมาก
นอกจากนี้ ท่านเจ้าอาวาสยังระบุว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าโชคดีและเป็นบุญอย่างยิ่งที่กิ่งไม้ไม่ได้หล่นลงมาทับผู้คนจนได้รับอันตรายหรือสร้างความเสียหายให้กับโบราณสถานสำคัญอย่าง "หออินทขิล" (หอพระเอราวัณ) และรูปปั้นพญายักษ์ที่ตั้งอยู่ใกล้เคียง มีเพียงระบบไฟฟ้าของวัดที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น
สำหรับแนวทางการจัดการในขณะนี้ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ร่วมกับส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการเคลื่อนย้ายกิ่งไม้ที่หักโค่น โดยส่วนที่ผุพังจะถูกนำไปทิ้งตามความเหมาะสม ส่วนต้นยางนาต้นเดิมนั้น ทีมรุกขกรกำลังเร่งขึ้นไปสำรวจกิ่งอื่นๆ ที่อาจมีความเสี่ยง เพื่อพิจารณาตัดแต่งและบำรุงรักษาให้ต้นยางนาประวัติศาสตร์ต้นนี้มีอายุยืนยาวต่อไปให้ได้มากที่สุด
อย่างไรก็ตามบรรยากาศที่วัดเจดีย์หลวงเช้านี้ ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ให้เจ้าหน้าที่รุกขกร ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลต้นไม้เข้ามาตรวจสอบสภาพต้นไม้และตัดแต่งกิ่ง ที่เสี่ยงที่จะหักลงมาโดยมีการใช้รถเครนเข้ามาในการตัดแต่งกิ่ง



