
เปิด 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง
เจาะลึก 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง แนะ 5 เทคนิคง่าย ๆ อยู่บ้านหน้าร้อนอย่างไรให้ประหยัดไฟ
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จัดอันดับ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงสุดต่อชั่วโมง ดังนี้
- เครื่องทำน้ำอุ่น กินไฟประมาณ 2,500 - 12,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 10 - 47 บาท
- เครื่องปรับอากาศ กินไฟประมาณ 1,200 - 3,300 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5 - 13 บาท
- เครื่องซักผ้า กินไฟประมาณ 3,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 12 บาท เวลาต่อการซักผ้า 1 รอบ อยู่ที่ 2.5 ชม.
- เตารีดไฟฟ้า กินไฟประมาณ 750 - 2,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 8 บาท
- หม้อหุงข้าว กินไฟประมาณ 450 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 6 บาท
- เตาไฟฟ้า กินไฟประมาณ 200 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.80 - 5 บาท
- เครื่องดูดฝุ่น กินไฟประมาณ 750 - 1,200 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 5 บาท
- เครื่องปิ้งขนมปัง กินไฟประมาณ 800 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 4 บาท
- เครื่องเป่าผม กินไฟประมาณ 400 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 4 บาท
- ไมโครเวฟ กินไฟประมาณ 100 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.40 - 4 บาท
การไฟฟ้านครหลวง (MEA) แนะนำการประหยัดไฟฟ้าโดยยึดหลัก “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน” ดังนี้
- ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้
- ปรับลดอุณหภูมิแอร์มาอยู่ที่ระดับ 26 - 27 องศาเซลเซียส พร้อมเปิดพัดลมควบคู่เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
- ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน
- เปลี่ยนไปใช้แอร์ที่มีค่าประสิทธิภาพสูง และหมั่นล้างแอร์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
- เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ
- ไม่ควรกักตุนอาหารไว้ในตู้เย็นเกินความจำเป็น
- ตรวจขอบยางประตูตู้เย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5)
- ปิดสวิตช์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เผย 5 เทคนิคง่าย ๆ อยู่บ้านหน้าร้อนอย่างไรให้ประหยัดไฟและเงินในกระเป๋า
1. เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 26 – 27 องศาเซลเซียส
อากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ทำให้คนส่วนใหญ่เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเปิดแอร์เพื่อช่วยคลายความร้อน ดังนั้นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยประหยัดไฟ คือ ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ก็สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นถึง 10%
2. เลือกใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ
หากอากาศไม่ร้อนมากจนเกินไปแนะนำให้ทุกคนหันมาใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ เพราะพัดลมใช้พลังงานเพียง 1 ใน 60 ของเครื่องปรับอากาศ จึงช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากถึง 40 % ดังนั้นวิธีนี้จะช่วยทำให้ค่าไฟฟ้าในบ้านของคุณถูกลงอย่างแน่นอน
3. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
สังเกตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประหยัดไฟมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5 ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟมาก
4. เลือกใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไฟธรรมดา
หลอดไฟ LED ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไฟแบบธรรมดา แต่กินไฟน้อยกว่าและมีอายุการใช้งานที่นานกว่า อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าหลอดไฟธรรมดา เพราะไม่มีรังสียูวีที่สามารถทำร้ายผิวและไม่มีสารพิษในหลอดไฟอย่างพวกสารปรอทด้วย
5. ถอดปลั๊กและปิดสวิตช์เมื่อเลิกใช้งาน
การปิดสวิตช์ไฟแต่ยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ทำให้กระแสไฟฟ้ายังคงไหลเวียนอยู่ ดังนั้นเมื่อเลิกใช้งานแล้วจึงควรปิดและถอดปลั๊กทุกครั้ง อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้านอีกด้วย



