ข่าว

เปิด 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง

เปิด 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง

09 เม.ย. 2569

เจาะลึก 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง แนะ 5 เทคนิคง่าย ๆ อยู่บ้านหน้าร้อนอย่างไรให้ประหยัดไฟ

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จัดอันดับ 10 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงสุดต่อชั่วโมง ดังนี้ 

 

  1. เครื่องทำน้ำอุ่น กินไฟประมาณ 2,500 - 12,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 10 - 47 บาท
  2. เครื่องปรับอากาศ กินไฟประมาณ 1,200 - 3,300 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 5 - 13 บาท
  3. เครื่องซักผ้า กินไฟประมาณ 3,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 12 บาท เวลาต่อการซักผ้า 1 รอบ อยู่ที่ 2.5 ชม.
  4. เตารีดไฟฟ้า กินไฟประมาณ 750 - 2,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 8  บาท
  5. หม้อหุงข้าว กินไฟประมาณ 450 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 6 บาท
  6. เตาไฟฟ้า กินไฟประมาณ 200 - 1,500 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.80 - 5 บาท
  7. เครื่องดูดฝุ่น กินไฟประมาณ 750 - 1,200 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 5 บาท
  8. เครื่องปิ้งขนมปัง กินไฟประมาณ 800 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 3 - 4 บาท
  9. เครื่องเป่าผม กินไฟประมาณ 400 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 2 - 4 บาท
  10. ไมโครเวฟ กินไฟประมาณ 100 - 1,000 วัตต์ คิดเป็นค่าไฟเฉลี่ย ชั่วโมงละ 0.40 - 4 บาท

 

เปิด 10 อันดับ เครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟมากที่สุด ต่อชั่วโมง  

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) แนะนำการประหยัดไฟฟ้าโดยยึดหลัก  “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน”  ดังนี้

 

  • ปิดไฟดวงที่ไม่ใช้
  • ปรับลดอุณหภูมิแอร์มาอยู่ที่ระดับ 26 - 27 องศาเซลเซียส พร้อมเปิดพัดลมควบคู่เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน
  • ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน
  • เปลี่ยนไปใช้แอร์ที่มีค่าประสิทธิภาพสูง และหมั่นล้างแอร์ อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
  •  เปลี่ยนพฤติกรรมโดยไม่เปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ
  • ไม่ควรกักตุนอาหารไว้ในตู้เย็นเกินความจำเป็น
  • ตรวจขอบยางประตูตู้เย็นให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED เลือกใช้อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า (เบอร์ 5) 
  • ปิดสวิตช์และดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกทุกครั้งเมื่อไม่ได้ใช้งาน 
     

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) เผย 5 เทคนิคง่าย ๆ อยู่บ้านหน้าร้อนอย่างไรให้ประหยัดไฟและเงินในกระเป๋า

 

1. เปิดแอร์ที่อุณหภูมิ 26 – 27 องศาเซลเซียส

 

อากาศร้อนอบอ้าวของประเทศไทย ทำให้คนส่วนใหญ่เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเปิดแอร์เพื่อช่วยคลายความร้อน ดังนั้นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยประหยัดไฟ คือ ตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 26 – 27 องศาเซลเซียส ก็สามารถช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นถึง 10% 

 

2. เลือกใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ 
 

หากอากาศไม่ร้อนมากจนเกินไปแนะนำให้ทุกคนหันมาใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศ เพราะพัดลมใช้พลังงานเพียง 1 ใน 60 ของเครื่องปรับอากาศ จึงช่วยประหยัดไฟฟ้าได้มากถึง 40 % ดังนั้นวิธีนี้จะช่วยทำให้ค่าไฟฟ้าในบ้านของคุณถูกลงอย่างแน่นอน
 

3. เลือกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
 

สังเกตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ติดดาว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและประหยัดไฟมากกว่าเดิมเมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่มีฉลากเบอร์ 5 ยิ่งดาวมากยิ่งประหยัดไฟมาก
 

4. เลือกใช้หลอดไฟ LED แทนหลอดไฟธรรมดา
 

หลอดไฟ LED ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดไฟแบบธรรมดา แต่กินไฟน้อยกว่าและมีอายุการใช้งานที่นานกว่า อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าหลอดไฟธรรมดา เพราะไม่มีรังสียูวีที่สามารถทำร้ายผิวและไม่มีสารพิษในหลอดไฟอย่างพวกสารปรอทด้วย
 

5. ถอดปลั๊กและปิดสวิตช์เมื่อเลิกใช้งาน
 

การปิดสวิตช์ไฟแต่ยังเสียบปลั๊กทิ้งไว้ ทำให้กระแสไฟฟ้ายังคงไหลเวียนอยู่ ดังนั้นเมื่อเลิกใช้งานแล้วจึงควรปิดและถอดปลั๊กทุกครั้ง อีกทั้งวิธีนี้ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้านอีกด้วย