
ผู้ว่าฯ พิษณุโลก สั่ง ปภ. ระดมเครื่องพ่นละอองน้ำ ฉีดลดฝุ่น PM 2.5
ผู้ว่าฯ พิษณุโลก สั่ง ปภ. ระดมเครื่องพ่นละอองน้ำ ฉีดลดฝุ่น PM 2.5 ในเขตเมือง หลังค่าฝุ่นพุ่งสูงต่อเนื่อง เร่งหาทางออกปัญหาเผาในทุ่งบางระกำโมเดล
7 เม.ย. 2569 เวลา 20.00 น. ณ บริเวณแยกหัวตะแลงแกง ติดแม่น้ำน่าน อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก สั่งการให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก นำเครื่องฉีดพ่นละอองน้ำแรงดันสูง LUF-60 พร้อมรถบรรทุกน้ำขนาด 10,000 ลิตร ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่มีค่าสูงต่อเนื่องในพื้นที่เขตเมือง
ทั้งนี้ จากสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกที่มีค่าพุ่งสูงอยู่ในระดับสีแดงติดต่อกัน 2 - 3 วัน โดยล่าสุดวัดได้สูงถึง 178 AQI ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้เร่งสั่งการให้ดำเนินมาตรการลดฝุ่นอย่างเร่งด่วน โดยกำหนดจุดฉีดพ่นวันละ 2 จุด และเลือกช่วงเวลา 20.00 - 24.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าฝุ่นสูง และมีประชาชนสัญจรน้อย เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับการดำเนินการดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอเมืองพิษณุโลกเป็นหลัก และจะมีการเคลื่อนย้ายจุดปฏิบัติการไปยังพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงอย่างต่อเนื่อง โดยอำเภออื่น ๆ สามารถประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรกลเพื่อเข้าดำเนินการได้เช่นกัน ซึ่งภายหลังการฉีดพ่นพบว่าสภาพอากาศดีขึ้นในระดับหนึ่ง ช่วยลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้บางส่วน
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า จังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยได้บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้ฝุ่นละอองสะสมได้ง่าย การฉีดพ่นละอองน้ำจึงเป็นเพียงมาตรการบรรเทาในระยะสั้น ควบคู่กับการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น
ในส่วนของกรณีการลักลอบเผาในพื้นที่ทุ่งบางระกำโมเดลนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเปิดเผยว่า สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากข้อจำกัดด้านระยะเวลาในการบริหารจัดการน้ำและการเพาะปลูก เนื่องจากเกษตรกรต้องเร่งเก็บเกี่ยวและเตรียมพื้นที่ให้ทันรอบการระบายน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำหลาก หลังจากปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาน้ำมาเร็ว ส่งผลให้เก็บเกี่ยวไม่ทันและได้รับความเสียหาย ทำให้บางส่วนจำเป็นต้องเผาฟางเพื่อลดต้นทุนและเร่งกระบวนการเพาะปลูก
ทั้งนี้ จังหวัดพิษณุโลกอยู่ระหว่างการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคำนึงถึงทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของเกษตรกรในพื้นที่อย่างสมดุล
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังมีการเผยแพร่การปฏิบัติ ลงบนเพจ "สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก" ได้มีประชาชนเข้ามาแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เสียงบประมาณแบบไม่เกิดประโยชน์



