ข่าว

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

31 มี.ค. 2569

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก เผยกองทุนน้ำมันอ่วมติดลบ 4.2 หมื่นล้าน เร่งแผนวิกฤตประคองราคาไม่ให้พุ่งกระฉูด

นางสาวณัฏฐา มหัทธนา โฆษกศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. ตอบคำถามกรณีที่ ศบก. ระบุจะไม่มีการขึ้นราคาน้ำมันตอนกลางคืน แต่เมื่อวานนี้ก็มีการประกาศขึ้นอีก จากนี้เราจะต้องเจอแบบนี้อีกหรือไม่ ว่า ตนไม่ทราบว่าใครคอนเฟิร์มว่าจะไม่ขึ้นกลางคืน เพราะโดยหลักการแล้วควรจะขึ้นกลางคืน และไม่ควรประกาศล่วงหน้า เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการกักตุน และไม่ต้องการให้เกิดสถานการณ์น้ำมันขาดหน้าปั๊ม ซึ่งในอดีตอาจมีการบอกล่วงหน้าเพราะยังไม่ได้อยู่ในภาวะวิกฤต คนก็ไม่รู้สึกว่าจำเป็นที่ต้องไปตุน แต่ในวันนี้พูดกันตามตรง ถ้าบอกล่วงหน้าก็จะเจอสถานการณ์แบบที่ผ่านมา 

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

“วันนี้วิถีชีวิตแบบใหม่ (new normal) อย่างหนึ่ง เราเจอการขึ้นราคาน้ำมันเรื่อยๆ แบบนี้ และส่วนหนึ่งทุกครั้งที่ขึ้น จะไปลดความพยายามกักตุน ลักลอบส่งออกทั้งหลาย ต้องยอมรับความจริงตรงนี้ ประเทศไทยราคาน้ำมันหน้าปั๊มต่ำกว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันทั้งหมด ถ้าใครลักลอบออกไปช่องไหน สามารถทำกำไรได้หมด ดังนั้นการขึ้นราคาตามธรรมชาติก็มีข้อดีของมัน แต่ก็มีข้อเสียกับกระเป๋าของทุกคน ซึ่งรัฐบาลต้องดูแลข้อเสียตรงนี้ ว่าจะช่วยเหลือประชาชนอย่างไร และต้องบอกตรงๆว่าถ้าเราเป็นประชาชนในกลุ่มที่ยังมีกำลัง ความช่วยเหลือนั้นจะมาไม่ถึงเรา แต่ถ้าเราอยู่ในกลุ่มเปราะบาง ผู้มีรายได้น้อย ความช่วยเหลือจะมาถึงก่อน เพราะเรากำลังวิ่งมาราธอน ก็ต้องเอาเขาไว้ก่อน” โฆษก ศบก. กล่าว

โฆษก ศบก. กล่าวต่อว่า เมื่อวานนี้ตนได้สอบถามในที่ประชุมเกี่ยวกับการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ว่าทำไมยังไม่เกิดขึ้น หลังจากมีการประกาศ ซึ่งได้รับคำตอบว่า ตอนนี้เราอยู่ในช่วงสูญญากาศการใช้อำนาจ เป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาลเก่าและใหม่ วันนี้ ครม. เก่าและใหม่ ยังประชุมไม่ได้ การอนุมัติงบประมาณหรือการไปขอก็ต้องมีมติ ครม. ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องรอจนกระทั่งมีการแถลงนโยบายรัฐบาล จากนั้นรับรองว่าเร็ว รัฐบาลอนุทินขึ้นชื่อเรื่องความไว เวลาจะอนุมัติ เพราะฉะนั้นตนจะเป็นหนึ่งเสียงไปเร่งด้วย เพราะนายกฯ บอกแล้วว่าถ้ามีอะไรจะประชาชน ให้แจ้ง ศบก. ทันที

 

เมื่อถามย้ำว่า ก่อนหน้านี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ยืนยันต่อประชุม ศบก. ว่าจะไม่มีการขึ้นราคาพลังงานกลางดึกอีก แต่เมื่อวานประชาชนก็ทราบข่าวกลางดึกอีก โฆษก ศบก. กล่าวว่า สถานการณ์เปลี่ยน มาตรการเปลี่ยน แนวทางจำเป็นต้องเปลี่ยน ถ้าสถานการณ์เปลี่ยนแต่มาตรการไม่เปลี่ยน จะมีปัญหา 

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

“ดิฉันเชื่อว่า ณ เวลาที่นายพิพัฒน์พูดก็ไม่ได้โกหก แต่วันนี้สถานการณ์ที่ 2 ช่องแคบเกิดขึ้น เมื่อช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ทุกประเทศยกระดับมาตรการขึ้นหมด อย่างฟิลิปปินส์ก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นวันนี้เป็นต้นไป ถ้าอะไรที่เป็นแนวทางไม่เหมือนเดิมต้องกราบขออภัยไว้ล่วงหน้า แต่ยืนยันว่ามันจะมี แต่เราพยายามสื่อสารเหตุและผลให้ดีที่สุด เพราะ ศบก. เชื่อว่าประเทศเราขับเคลื่อนด้วยเหตุผลได้ และเราจะใช้สิ่งนั้นเป็นหลักในการทำงาน ข้อเท็จจริงบวกเหตุผล สื่อสารแค่นี้เลย จะไม่มีอะไรหลุด มาตรฐานนี้นับจากวันนี้” โฆษก ศบก. กล่าว

ส่วนกองทุนน้ำมัน มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร ถึงต้องมีการประชุมช่วงกลางคืน นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง บอกว่า ที่โฆษกพูดไปก็ถูกต้อง แต่ขอเสริมว่าด้วยสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตลาดโลกขณะนี้ค่อนข้างผันผวนเยอะมาก เราจำเป็นต้องดูข้อมูลรอบด้าน โดยเฉพาะราคาในอดีตที่ผ่านมา เราสามารถทำได้ เพราะเป็นช่วงปกติ ราคากลางวันสามารถเอามาคำนวณใช้ได้ แต่ ณ วันนี้ราคากลางวันกับกลางคืนเปรียบเทียบกันไม่ได้ บางวันกลางวันติดลบ กลางคืนเป็นบวก อย่างเมื่อคืนนี้กลางวันติดลบ 20-30 เหรียญ กลางคืนเพิ่มขึ้นมา 14 เหรียญ เราจำเป็นต้องติดตามราคาตลาดโลก และเราต้องดูเพิ่มเติมคือราคาเพื่อนบ้าน รวมถึงฐานะกองทุนน้ำมันว่ามีสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหน และคำนึงถึงผลกระทบเศรษฐกิจ และภาระที่เกิดขึ้นกับประชาชน เช่น เมื่อวานนี้ ขึ้น 1.80 บาท จริงๆก่อนหน้านี้ค่าการตลาดก็ยังติดลบอยู่ ซึ่งมันก็ต้องเพิ่มขึ้น แต่เราสามารถแบกได้ครึ่งหนึ่งช่วยประชาชนไปก่อน เพื่อให้ประชาชนไม่กระทบมากเกินไป ทำให้ทั้งหมดที่เราคุยกันมากจึงต้องประชุมในช่วง 19:00-20:00 น. เพราะ 19:00 น. เป็นเวลาที่ราคาต่างประเทศของตลาดโลกสิงคโปร์ จะเริ่มปล่อยราคาน้ำมันออกมาทีละชนิด เราก็ต้องมาคำนวณเป็นเงินบาทเป็นโครงสร้างราคา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นกรรมการกองทุนฯ (กบน.) จะประชุมได้ ก็ต้องไม่ต่ำกว่า 1-2 ทุ่ม ถ้าออกมาเร็วตนก็ทำเร็ว ถ้าออกมาช้าก็ช้า อย่างเมื่อวาน 2 ทุ่มกว่า กว่าจะประชุมได้ เพราะต้องดูราคาให้เรียบร้อยก่อน และเราต้องออกประกาศชดเชยอีก ให้ประชาชนทราบ อยู่ในช่วงระหว่าง 20:30-21:00 น. หรืออาจบวกลบนิดหน่อย แต่ขอให้มั่นใจว่า กบน. ต้องดูราคาทุกด้านรอบคอบทุกมิติ ทำให้มีการประชุมตอนดึก ซึ่งไม่ได้เป็นการเหลื่อมล้ำอะไรกับผู้ค้าทั้งสิ้น

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

ส่วนการปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบนี้ อาจทำให้ชาวบ้านต้องรอเวลา ยังไม่กลับบ้านหรือเอารถไปจอด ช่วง 4 ทุ่ม เพื่อรอดูราคาน้ำมัน  โฆษก ศบก. กล่าวว่า ก็เป็นทางเลือกของประชาชน ถ้ารู้สึกว่ารถตัวเองควรจะเติมวันนั้นหรือไม่ ซึ่งปัจจัยการขึ้นลงของราคาน้ำมันไม่ได้อยู่ในประเทศ เราไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าวันไหนราคาจะสวิงแรง ถ้าราคาเหวี่ยงแรง ในประเทศก็คงต้องขึ้นอยู่แล้ว ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือประชาชน ที่นอกเหนือจากการตรึงราคาน้ำมัน 

 

ด้าน นายวีรพัฒน์​ เกียรติ​เฟื่องฟู รอง​ปลัด​กระทรวง​พลังงาน​ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางกระทรวงพลังงาน หรือผู้ติดตามเรื่องราคา ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าวันไหนราคาจะขึ้นจะลง อยู่ที่ตลาดเช่นกัน เราก็ต้องติดตาม เพราะราคาค่อนข้างผันผวนมาก  กบน. ก็ต้องติดตามและใช้ราคาที่ปิดตลาดในช่วง 1-2 ทุ่ม จึงจะมาพิจารณาได้ โดยในสมัยก่อนราคาช่วงกลางวัน-กลางคืน ก่อนปิดตลาด ราคาไม่ต่างกันมาก เพราะฉะนั้นประชุมกลางวันได้ แต่ปัจจุบันความต่างค่อนข้างเยอะ การตัดสินใจจึงต้องตัดสินใจช่วงที่ราคาปิดตลาดแล้ว ส่วนประชาชนต้องรอหลัง 4 ทุ่มหรือไม่ ก็อีกประเด็นหนึ่ง แต่ กบน. ก็ไม่ทราบว่าแต่ละวันราคาปรับขึ้นหรือไม่ ซึ่งต้องดูราคาเป็นรายวัน ถ้าวันไหนดูแลได้ก็ดูแลเต็มที่ แต่ถ้าดูแลไม่ไหวก็ต้องปรับตามกลไกล

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

ส่วนค่าการตลาดยังติดลบอยู่ แสดงว่าคืนนี้หรือคืนพรุ่งนี้ มีแนวโน้มที่จะขึ้นราคาน้ำมันจะขึ้นอีกหรือไม่ นายวีรพัฒน์​ บอกว่า ตอนนี้ราคาผันผวน วันนี้อาจเห็นราคาลงหรือขึ้นก็ได้ แต่ถ้าราคาค่าการตลาดดีขึ้นระหว่างวัน เราอาจพิจารณาว่าไม่มีการปรับภายในวันนี้ หรือถ้ากองทุนสามารถดูแลได้ ดูจากค่าการตลาดแล้วราคาวันนี้มีแนวโน้มว่าจะอยู่นิ่ง ก็จะดูแลไปก่อนได้อีก 1-2 วัน ซึ่งก็อยู่ที่ราคาปรับขึ้นลง

 

ส่วนภาพรวมราคาดีเซลทะลุ 40 บาทแล้วเบนซิน 50 บาท ล่าสุดตัวเลขของกองทุนเป็นอย่างไร และแนวโน้มราคาน้ำมันไปแตะที่ 58 บาท มีโอกาสมากน้อยแค่ไหน นายวีรพัฒน์​ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ราคาปรับขึ้น 1.80 บาท กองทุนได้เพิ่มการชดเชยอีก 2.09 บาท หมายความว่ากองทุนรับส่วนหนึ่ง ขึ้นราคาส่วนหนึ่ง ซึ่งจากการปรับตอนนี้เงินไหลออกวันละประมาณ 1500 ล้านบาท ตัวเลขปัจจุบัน ณ เมื่อวาน เราติดลบอยู่ 42,000 ล้านบาท แต่กองทุนก็ยังเข้ามาช่วยดูแลระดับหนึ่ง

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

จากนั้น โฆษก ศบก. ถามต่อว่า ทำไมไม่ปล่อยให้กองทุนติดลบไปมากกว่านี้ หรือเพดานที่ 40,000 ล้านบาทนี้ ตอนนี้ขยายได้หรือไม่ นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า เป็นเรื่องการบริหารจัดการกระแสเงินสดของตัวกองทุน ซึ่งตอนนี้กองทุนเงินไหลออกอย่างเดียว ไม่มีไหลเข้า สิ่งที่ทำให้กองทุนมีแคชโฟล (กระแสเงินสด) สามารถบริหารจัดการได้ ก็ต้องมีเงินอินโฟลเข้ามา ที่ผ่านมาใช้กระบวนการกู้เงิน ซึ่งเป็นเรื่องทางกฎหมายต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี จากนั้นก็ต้องดูว่าจะขอกู้เงินได้หรือไม่ ถ้ากู้ได้ก็มีกระแสเงินสดเข้ามาใช้บริหารจัดการ ซึ่งปัจจุบันเงินกองทุนก็ค้างจ่ายอยู่ในบัญชีของผู้ค้าน้ำมันอยู่แล้ว

 

จากนั้น โฆษก ศบก. กล่าวเสริมว่า ภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่บอกว่าจะลด ทำไมตอนนี้ยังไม่ได้ลด ก็เป็นเพราะต้องออกเป็นมติคณะรัฐมนตรี เพราะตอนนี้คณะรัฐมนตรีเดิม ประชุมไม่ได้แล้ว

 

เมื่อถามว่า ถ้าเงินไหลออก วันละ 1,500 ล้านบาท หรือภาพรวมติดลบ 42,000 ล้านบาท โอกาสที่ประชาชนจะควักจ่ายน้ำมันในราคา 58 บาท เพื่อลบหนี้ส่วนนี้มีโอกาสแค่ไหน รอง​ปลัด​กระทรวง​พลังงาน  กล่าวว่า อยู่ที่ปัจจัยราคา สถานะกองทุน ความสามารถในการบริหารจัดการกองทุน กระแสเงินสดของกองทุน ซึ่งต้องดูหลายด้านประกอบกัน ถามว่าราคาน้ำมันจะไปเท่าไหร่ยังไม่สามารถตอบได้ในตอนนี้ แต่ที่ผ่านมารัฐบาล กระทรวงพลังงาน จะพยายามลดภาระให้ได้มากที่สุด ซึ่งกองทุนมีไว้รักษาเสถียรภาพ ตรึงราคาคงไม่ไหว แต่ทำอย่างไรให้เสถียรภาพราคาปรับตัวแบบตอนนี้ เพราะถ้าไม่มีกองทุนเลยราคาคงกระชากไปแล้ว กองทุนก็คือมาช่วยผ่อนผันไม่ให้ราคาปรับรุนแรงมากเกินไป

ศบก. แจงยิบ ปรับราคาน้ำมันกลางดึก ย้ำต้องปรับตามตลาดโลก

ส่วนที่นายพิพัฒน์ บอกว่าถ้าอั้นสุดๆ อยู่ที่ประมาณ 40,000 ล้านบาท หรือจริงๆมีแผนที่จะกดต่ำกว่าราคานี้ได้อีกหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวว่า ฐานะกองทุนสามารถติดลบ ซึ่งวันนี้เราเข้าสู่ขบวนการของแผนวิกฤต ซึ่งเราจัดทำไว้เรียบร้อยแล้ว แผนผ่านคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว และถ้าเราไปถึงจุดที่เราคุยกันก็ต้องเริ่มลดการชดเชยลง และปรับราคาขึ้น หลังจากนั้นก็จะเริ่มพูดคุยกัน อย่างสรรพสามิตจะเข้ามาช่วยเราหรือไม่ เงินกู้ต้องมา หลังจากนั้นก็ต้องไปทำแผนกับธนาคารว่าจะปล่อยอย่างไร ซึ่งมีสูตรของการคำนวณว่ากู้เท่าไหร่ แผนระยะยาวจะทำอย่างไร มีการเอ็กซิทออกเพื่อลดภาระออก พอถึงเวลานั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกน่าจะคลี่คลายเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา เหมือนกรณีรัสเซีย-ยูเครน พอสถานการณ์เบาลงเราก็เริ่มทำ จึงขอให้เชื่อมั่นได้ว่าเรามีแผนวิกฤตการณ์ด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 5 ที่ระบุไว้ เราทำมาโดยตลอด ส่วนถ้าจะทำให้ตัวเลขติดลบลดลง ประชาชนต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือไม่ โฆษก ศบก. ย้ำทันทีว่า เราไม่มีเป้าหมายที่จะทำให้สิ่งที่ติดลบในกองทุนลดลง 

 

ขณะที่ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กล่าวเสริมว่า วิธีการไม่จำเป็นต้องทำให้ เงินขึ้นเหมือนที่โฆษกบอก เราอาจได้เงินจากรัฐบาลในเรื่องของสรรพสามิตก็เป็นไปได้ ทำให้เราสามารถจ่ายน้อยลง หรือการที่เราสามารถประหยัดได้ ซื้อจากแหล่งที่ถูกลงมา เพราะฉะนั้นการลดราคาไม่จำเป็นว่าประชาชนจะต้องควักเนื้อมากขึ้น ไม่จำเป็น ภาษี-งบกลาง ที่รัฐบาลเอามาช่วยมีหลายอย่าง เรามีเครื่องมือหลายอย่าง กองทุนเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้รักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เรามีหลายเครื่องมือ เพียงแต่กองทุนฯ เป็นเครื่องมือที่ยืดหยุ่นได้มากที่สุด ใช้เร็วที่สุด จึงเอามาใช้ก่อน ส่วนอื่นๆ รัฐบาลก็มีคงจะค่อยๆเอาออกมาใช้ และทุกครั้งที่ผ่านมาประชาชนจะจ่ายในระดับที่คิดว่าเพียงพอแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้มันหนักกว่า และเขาใกล้กว่า เมื่อก่อนยุโรป แต่ตอนนี้เป็นพวกเอเชียด้วยกันเอง เลยรุนแรงขึ้น

 

โฆษก ศบก. กล่าวต่อว่า เข้าใจความเครียดของประชาชน กรณีรัสเซีย-ยูเครนยังเกิดขึ้นในจุดที่ไม่ใช่จุดที่เราซื้อน้ำมันเป็นหลัก แต่ครั้งนี้มันเกิดในจุดที่เราซื้อน้ำมันเป็นหลักเหตุการณ์ ก็เลยเป็นวิกฤตเช่นนี้ และโชคร้ายที่อยู่ในจังหวะเวลาที่รัฐบาลไม่สามารถใช้อำนาจทำบางอย่างได้ เช่นการลดภาษีสรรพสามิตโดยเร็ว รัฐบาลจึงต้องใช้มาตรการที่ทำได้เลยไปก่อน

 

ส่วนภาครัฐมีนโยบายช่วยค่าเดินทางรถสาธารณะ แทนการการใช้รถส่วนตัวหรือไม่ เช่นค่ารถไฟฟ้า หรือให้เอาค่ารถไฟฟ้าไปลดภาษีได้หรือไม่ โฆษก ศบก. บอกว่า ไม่แน่ใจ และขอเก็บคำถามนี้ให้กระทรวงคมนาคมมาให้คำตอบในวันพรุ่งนี้