ข่าว

ป.ป.ช.มีมติ ส่งสำนวนคดี "บิ๊กโจ๊ก" กับพวก ให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา

ป.ป.ช.มีมติ ส่งสำนวนคดี "บิ๊กโจ๊ก" กับพวก ให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา

30 มี.ค. 2569

ป.ป.ช. มีมติ ส่งสำนวนคดี "บิ๊กโจ๊ก" กับพวก เรียกรับผลประโยชน์จากเว็บไซต์การพนันออนไลน์ ให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา

30 มี.ค. 2569 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายสุรพงษ์  อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญามายังสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 3 สำนวน ได้แก่ 


(1) กรณีพนักงานสอบสวนตามคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 593/2566 ลงวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 724/2566 กล่าวหาร้องเรียนพันตำรวจเอก ภาคภูมิ พิสมัย กับพวก ซึ่งภายหลังได้นำมารวมพิจารณากับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนพลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล กับพวก
 

(2) กรณีพนักงานสอบสวนตามคำสั่งกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ 58/2567 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ส่งสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 391/2566 กล่าวหาร้องเรียนพลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล กับพวก
 

(3) กรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ส่งเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ พลตำรวจเอก สุรเชชษฐ์ หักพาล นั้น 

 

ป.ป.ช.มีมติ ส่งสำนวนคดี "บิ๊กโจ๊ก" กับพวก ให้ตำรวจดำเนินคดีอาญา
 

สำนักงาน ป.ป.ช. ขอแถลงว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 32/2569 วันนี้ ( 30 มี.ค. 2569) ได้มีมติให้ส่งเรื่องกล่าวหา ทั้ง 3 เรื่อง ดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวน ได้ดำเนินการสอบสวนความผิดไปแล้ว และลักษณะคดีมีความเกี่ยวพันกันในความผิดหลายฐาน ทั้งที่เป็นความผิดที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และไม่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยมีการขยายผลความผิดจากการกระทำของบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งลักษณะของคดีตามที่มีการกล่าวหาเกี่ยวพันกันและคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร
 

ประกอบกับข้อเท็จจริงอันเป็นพฤติการณ์แห่งคดีมีข้อเท็จจริง เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ลักษณะของคดีตามที่มีการกล่าวหาพนักงานสอบสวนจะต้องไปสอบสวน ขยายผลให้ปรากฏถึงตัวบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด โดยหากมอบหมายให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีจะเป็นผลดีต่อการอำนวยความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ตามมาตรา 61 วรรคสอง และมาตรา 63 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ประกอบระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการตรวจสอบและไต่สวน พ.ศ. 2561
 

ทั้งนี้ หากพนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนขยายผลและพบเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพิ่มเติม ก็ให้พิจารณาดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรายงานให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตามกฎหมาย