
"อรรถวิชช์" แฉไอ้โม่งทำน้ำมันขาดหน้าปั๊ม เตือนหลังสงกรานต์น้ำมันวิกฤต
"อรรถวิชช์" สส.รวมไทยสร้างชาติ แฉกลางสภาฯ วิกฤตน้ำมันหน้าปั๊มขาดแคลนไม่ได้เกิดจากของหมด แต่เกิดจาก "ไอ้โม่ง" กักตุนของไปขายช่องทางค้าส่งที่ได้ราคาสูงกว่า
การอภิปรายพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาถึงปัญหาวิกฤติพลังงานและผลกระทบต่อประชาชน
25 มี.ค. 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า วิกฤตขาดแคลนน้ำมันจริง ๆ จะเริ่มจริงในอีก 1 เดือนข้างหน้าหลังช่วงสงกรานต์
ส่วนที่รัฐบาลตรวจสอบพบว่า น้ำมันในประเทศยังมี แต่ปัญหาหน้าปั๊มไม่มีนั้น ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหน เพราะไอ้โม่งคือโรงกลั่น ต้องถามว่า โรงกลั่น 6 แห่งและเครือข่ายนำน้ำมันไปไว้ที่ไหน
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า สงครามเกิดเมื่อ 8 ก.พ. ราคาน้ำมันสำเร็จรูป กระชากขึ้นเมื่อต้นเดือน มี.ค. เกิดอาการ 2 ราคา ราคาค้าปลีกหน้าปั๊มไม่ถึง 30 บาท แต่ราคาค้าส่ง 50 บาท โรงกลั่นย่อมต้องขายให้ค้าส่ง เพราะขายได้ราคาแพงกว่า เป็นเหตุให้หน้าปั๊มขาดแคลนน้ำมัน ระบบแฟรนไชส์ถูกตัดโควตา เพราะโรงกลั่นและคลังน้ำมันนำไปขายค้าส่ง รัฐบาลประกาศอุ้มราคาชดเชย และเปลี่ยนราคาเรื่อย ๆ โรงกลั่นจึงรอไปขายเมื่อราคาสูง
นายอรรถวิชช์ มองว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อห้ามส่งออก แต่ยังไม่ได้ใช้กฎหมายนี้ตรึงราคาโดยไม่ชดเชยนั้น รัฐบาลควรใช้กฎหมายทุบโรงกลั่นด้วย โดยประกาศให้เป็นราคาเดียว หรือใช้คณะกรรมการกลางของกระทรวงพาณิชย์ให้กำหนดราคา
นายอรรถวิชช์ ระบุว่า รัฐบาลต้องใช้ พ.ร.ก.ฯ ปี 2516 กำหนดราคาตายตัว เพราะโรงกลั่นใช้ต้นทุนเก่าเมื่อเดือนที่แล้ว มีเพียงราคาสมมติที่เพิ่มสูงขึ้น หากนายกรัฐมนตรีสั่งให้เป็นราคาเดียวได้ ไม่เกิดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่น จะขอชดเชยการขาดทุน ให้ทำเรื่องขึ้นมาขอคณะกรรมการกองทุน ไม่ใช่การชดเชยอัตโนมัติอย่างที่เป็นทุกวันนี้ เพราะโรงกลั่นย่อมต้องรู้ต้นทุนและกำไรขาดทุนอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น



