
ที่ปรึกษาพิเศษ นายก อบจ.ปราจีนบุรี แจ้งความคนกล่าวหา เป็นจีนเทา
นักธุรกิจจีน ที่ปรึกษาพิเศษ นายก อบจ.ปราจีนบุรี ขึ้นโรงพักแจ้งความ เจ้าของเฟซบุ๊กรายหนึ่ง กล่าวหาเป็นจีนเทา
จากกรณี นายกฤษฎิ์ กษมพันธุ์ หรือ "รองอุ๊" นายก อบจ.ปราจีนบุรี เซ็นแต่งตั้ง นายจู เจิ้นเฉิง (Mr.Juncheng Zhu) นักธุรกิจชาวจีน เป็นที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน แต่กลับถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากเป็นบุคคลเดียวกับที่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เคยลงนามแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาผู้ว่าฯ เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2568 แต่ทนกระแสสังคมไม่ไหว จนต้องยกเลิกคำสั่งอย่างกะทันหัน อย่างไรก็ตาม รองอุ๊ ยืนยันว่า ไร้ผลประโยชน์ พร้อมย้ำว่าหากบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มสีเทาจริง หรือจีนเทา คงไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ถูกต้องตามกฎหมาย
ล่าสุด 24 มี.ค. 2569 เวลา 12.00 น. นายจู เจิ้นเฉิง หรือ เจสัน อายุ 37 ปี นักธุรกิจชาวจีน และที่ปรึกษาพิเศษด้านการพาณิชย์และการส่งเสริมการลงทุน นายก อบจ.ปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายสุเทพ จำนงค์ ที่ปรึกษาพิเศษด้านการเมืองและการบริหารท้องถิ่น นายก อบจ.ปราจีนบุรี เข้าพบ พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ สารวัตร(สอบสวน)สภ.เมืองปราจีนบุรี เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ "บุษบงก์" ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา
นายเจสัน เปิดเผยหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน ว่าตนเข้ามาทำธุรกิจในจังหวัดปราจีนบุรีอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ปี 2558 โดยก่อตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ฮอตเซน เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI นอกจากนี้ยังดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาของเมืองเฉินโจว(สจ.) ประเทศจีน (วาระปี 2565) มีความเชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ และมีความผูกพันกับพื้นที่ปราจีนบุรี มาอย่างยาวนาน
การเข้าแจ้งความครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา พบโพสต์ในเฟซบุ๊กมีการใช้คำพูดรุนแรง ในลักษณะตั้งคำถามว่านายก อบจ. แต่งตั้งที่ปรึกษาคนจีน ที่เป็น "จีนเทา" หรือไม่ พร้อมนำภาพคำสั่งแต่งตั้งมาวงกลมสีแดง ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีการแชร์ต่อกว่า 300 ครั้ง และมีคอมเมนต์โจมตี ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชังจากผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง
นายเจสัน บอกอีกว่า สำหรับการเข้ารับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษฯ เมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2569 ยืนยันว่า เป็นการทำงานด้วยจิตอาสา ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีเป้าหมายหลัก คือการใช้คอนเนคชั่นทางการค้า ช่วยระบายสินค้าเกษตรระหว่างเกษตรกรผู้ผลิตปลานิล อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ขณะนี้เกิดวิกฤตราคาตกต่ำ เนื่องจากสินค้าล้นตลาด ไม่สามารถส่งออกตลาดต่างประเทศคู่ค้า คือประเทศกัมพูชาได้ เนื่องจากหลังสงครามไทย-กัมพูชา แล้วพรมแดนด่านไทย-กัมพูชา ปิดยาวต่อเนื่อง และล่าสุดมาจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง
ด้าน สจ.สุเทพ จำนงค์ ผู้ประสานงาน และประธานกลุ่มผู้เสี้ยงสัตว์น้ำ อ.บ้านสร้าง ระบุว่า นายเจสัน เข้ามาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตปลานิล ในอำเภอบ้านสร้าง ที่กำลังล้นบ่อ โดยครั้งแรกนี้จะมาช่วยระบายสินค้าช่วยเหลือเกษตรกร กว่า 15,000 กิโลกรัม (15 ตัน) เนื่องจากด่านกัมพูชาปิด โดยสินค้าปลานิลนี้จะถูกนำส่งออกไปจำหน่ายตลาดกัมพูชา ผ่านประเทศเวียดนาม โดยนายเจสัน ได้ประสานไปยังกลุ่มโรงงานคนจีน และผู้จัดการบริษัท อาลีบาบา (Alibaba) เพื่อหาตลาดรองรับสินค้าเกษตรค้างสต็อก ที่ทางกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ อ.บ้านสร้างผลิตได้มากกว่า 7,000 ตัน
ทั้งนี้ นายเจสัน เป็น สจ.ของเมืองจีน มาทำงานและอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี นานแล้ว สามารถพูดภาษาไทย – เป็นล่ามไทย – จีน รู้จักกันกับตนที่เป็นอดีต สจ.มานาน เป็นจิตอาสา เข้ามาช่วยแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตร-การประมงน้ำจืด มีความสนิทสนามกับกลุ่มอารีบาบา โดยดึงยักษ์ใหญ่ "Alibaba" มาช่วยแก้วิกฤต ช่วยทำการรับซื้อปลานิล ช่วยเกษตรกรชาวพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทั้งปลา –กุ้ง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ใหญ่ที่สุด มีแพรับซื้อปลา-กุ้ง มากที่สุดในภาคตะวันออก ที่ช่วงนี้ เกิดวิกฤตปัญหาด้านราคาตกต่ำ
"เราพยายามช่วยชาวบ้านระบายปลาในราคากิโลกรัมละ 35 บาท และหาทางส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ผ่านคอนเนคชั่นธุรกิจสีขาว การถูกกล่าวหาแบบนี้ ไม่เพียงแต่ทำลายขวัญกำลังใจของผู้ที่ตั้งใจมาช่วย แต่ยังกระทบต่อภาพลักษณ์การลงทุนในจังหวัดด้วย" สจ.สุเทพ กล่าว
เบื้องต้น พ.ต.ท.เจริญ บุญสิทธิ์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน และจะดำเนินการเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย



