
"ตาปอด" ชาวอุบลฯ วัย 89 ปี เหยื่อ BM-21 ตกใส่บ้าน จากไปอย่างสงบ
ครอบครัวเศร้า "ตาปอด" ชาวอุบลฯ วัย 89 ปี เหยื่อ BM-21 ตกใส่บ้าน ถูกตัดขาเป็นผู้ป่วยติดเตียง จากไปอย่างสงบ
แม้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จะคลี่คลายในบางพื้นที่ แต่ความเศร้าเสียใจของชาวบ้านอำเภอน้ำยืน ยังคงไม่ได้คลี่คลายตามสถานการณ์ ล่าสุดชาวอำเภอน้ำยืน ต้องพบกับข่าวเศร้า เมื่อนายปอด โจรสา อายุ 89 ปี หนึ่งในผู้บาดเจ็บสาหัสจากจรวด BM-21 ตกใส่บ้านจากการปะทะรอบแรก ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกตัดขา เป็นผู้ป่วยติดเตียง ได้สิ้นลมอย่างสงบในบ้านพักหลังใหม่ที่ทางรัฐบาลสร้างไว้ให้ เมื่อวาน (17 มี.ค. 2569)
นายอ่อนศรี โจรษา ลูกชายของตาปอด กล่าวว่า ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความทรงจำที่โหดร้าย ภาพวันเกิดเหตุยังคงติดตาจนถึงทุกวันนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทันทีที่มีเสียงระเบิดตนเองกลางบ้านตนเองได้เข้าไปดูตาปอดนอนหมดสติ ขาขาดรุ่งริ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนนางฮุง โจรสา ภรรยานายปอด เสียชีวิตทันที
นายอ่อนศรี บอกอีกว่า ช่วงการรักษาตัว ตาปอดพยายามต่อสู้อย่างเต็มที่ ไม่ยอมแพ้ต่อชะตาชีวิต และไม่อยากเสียชีวิต เพราะก่อนเกิดเหตุ พ่อเป็นคนแข็งแรง ร่าเริง และมีสุขภาพดีกว่าลูก ๆ ทุกคน แต่ละวันจะตื่นแต่เช้า ออกกำลังกายเป็นประจำทั้งเช้าและเย็น และยังคอยปลุกลูกๆ ให้ลุกขึ้นมาดูแลสุขภาพร่วมกัน แต่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น กลับทำให้พ่อกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในทันที
ยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ตนรู้สึกโกรธแค้นต่อฝ่ายกัมพูชา ที่เป็นต้นเหตุของความสูญเสียในครอบครัว ซึ่งต้องสูญเสียคนรักไปถึงสองคน ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลชุดใหม่ ให้เร่งแก้ไขปัญหาความขัดแย้งบริเวณชายแดนอย่างจริงจัง และทำให้สถานการณ์ยุติลงโดยเร็ว โดยระบุว่า หากมีการปะทะกันเป็นรอบที่สาม ก็ขอให้เป็นครั้งสุดท้าย ไม่อยากให้เกิดรอบที่สี่หรือห้าอีกต่อไป
สำหรับกำหนดการพิธีศพ จะมีฌาปนกิจตาปอดในวันพรุ่งนี้ (19 มี.ค.) เนื่องจากมีความกังวลต่อสถานการณ์ความไม่สงบ หากเกิดการปะทะขึ้นอีก อาจไม่มีใครอยู่เฝ้าศพได้ เนื่องจากทุกคนอาจต้องเร่งอพยพหนีภัย ทำให้ไม่สามารถจัดงานหลายวันได้ตามปกติ



