ข่าว

ดีเดย์ต้น เม.ย. นี้ ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องจุดแรก อ.โป่งน้ำร้อน

ดีเดย์ต้น เม.ย. นี้ ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องจุดแรก อ.โป่งน้ำร้อน

17 มี.ค. 2569

ดีเดย์ต้น เม.ย. นี้ กองทัพไทย เริ่มก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา เสริมแกร่งอธิปไตย นำร่องจุดแรก อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับความมั่นคงตามแนวชายแดน และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ กองทัพไทย โดย พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้เร่งผลักดันโครงการก่อสร้างรั้วกั้นพรมแดนถาวร เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ชายแดน และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทุกรูปแบบ ปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายละเอียดการดำเนินงานดังนี้ 

 

  • พื้นที่นำร่อง : บริเวณจุดผ่านแดนหลักเขตที่ 52 - 54 อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี 
  • ระยะทางดำเนินการ : รวมประมาณ 1,310 เมตร 
  • สถานะปัจจุบัน : ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ได้เข้าดำเนินการสำรวจและเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อความปลอดภัยในพื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว 
  • หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดย พลเอก ศรายุทธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้สั่งการให้กำลังพลเข้าปรับสภาพพื้นที่และก่อสร้างถนนเลียบแนวรั้วเสร็จสมบูรณ์ พร้อมสำหรับการก่อสร้างอาคารและรั้วถาวร 
  • กำหนดการ : คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างรั้วกำแพงถาวรได้ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 โดยวางเป้าหมายการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 45 วัน 

 

ดีเดย์ต้น เม.ย. นี้ ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา นำร่องจุดแรก อ.โป่งน้ำร้อน  

โฆษกกองทัพไทย ยังเน้นย้ำว่า พื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการประสานงานและตกลงร่วมกันกับฝ่ายกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยฝั่งกัมพูชาก็มีถนนเลียบแนวรั้วที่สอดรับกับฝั่งไทย ซึ่งในอนาคตกองทัพมีแผนที่จะขยายการก่อสร้างเพิ่มเติม ทั้งในรูปแบบรั้วกำแพงถาวร และรั้วอิเล็กทรอนิกส์ ที่ติดตั้งระบบเซนเซอร์และกล้องวงจรปิด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเฝ้าตรวจตลอด 24 ชั่วโมง 


"การสร้างรั้วชายแดนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการสร้างกำแพงทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความอุ่นใจให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดน โดยกองทัพไทยยืนยันที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเต็มขีดความสามารถและพร้อมทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสงบสุขและปลอดภัยอย่างยั่งยืน"