
น้ำมันขึ้น! "พิพัฒน์" รับขยับราคาเบนซิน-ดีเซล 18 มี.ค. นี้ ตรึงเพดานไม่เกิน 33 บาท
.พิพัฒน์. ยืนยันน้ำมันสำรองไทยมีพอใช้ 96 วัน แม้บางพื้นที่เจอปั๊มปิดเพราะขนส่งไม่ทัน เผย 18 มี.ค. เตรียมขยับราคาดีเซล-เบนซิล แต่จะตรึงไม่ให้เกิน 33 บาท/ลิตร
17 มี.ค. 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงสถานการณ์พลังงานยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้อีก 96 วัน แม้ปัจจุบันจะเกิดปัญหาปั๊มน้ำมันบางแห่งปิดตัวชั่วคราวหรือขาดแคลนน้ำมันบางชนิด ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการขนส่งน้ำมันจากคลังไปยังสถานีบริการไม่ทันท่วงที ประกอบกับปั๊มรายย่อยและปั๊มหลอดในหมู่บ้านกว่า 23,000 แห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย ทำให้รถจำนวนมากแห่เข้าใช้บริการในสถานีบริการของบริษัทแม่ที่มีแบรนด์หลักประมาณ 10,000 แห่ง จนเกิดความแออัดและเตรียมการไม่ทัน โดยรัฐบาลเตรียมนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม ครม. เพื่อวางมาตรการแก้ไขต่อไป
ส่วนการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายพิพัฒน์ กล่าวว่าจะประชุมกันในช่วงเย็นวันนี้ แต่บอกได้เลยว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมัน เบนซินและดีเซล ซึ่งเบนซินมีการขยับมาแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่น้ำมันดีเซลจะเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงหลักบาท โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า ซึ่งจะมีการประชุมสรุปกันในช่วงเย็นวันนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งจะอั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาท
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ช่วงที่นายอนุทิน เข้ามา เป็นรัฐบาล 4 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาเหลือ 32 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเคยแตะขึ้นถึง 34.94 สตางค์ และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็ปรับลงมา จาก 35 บาท จากนี้ก็ต้องทยอยปรับขึ้นไป
ส่วนที่ 2 จะมีการปรับสูตร ซึ่งน้ำมันเบนซินเราปรับเรียบร้อยแล้ว มี E10 E20 และ E85 ซึ่งเราจะเห็นโครงสร้างราคาที่มีราคาแตกต่างกัน ซึ่งการปรับสูตรผสมน้ำมันดีเซลก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับเบนซิน ที่จะต้องมีการปรับสูตรและบวกราคาเพิ่มขึ้นไป และเมื่อเป็นโครงสร้างลักษณะแบบนี้เราก็จะต้องหาวิธี โดยเบื้องต้นเราจะส่ง B20 ให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร ประมาณการตอนนี้ B20 จะลดจาก B7 ประมาณ 4-5 บาท แต่เป็นการประมาณการที่ยังไม่มีข้อสรุปซึ่งจะต้องเข้าในที่ประชุมในช่วงเย็นวันนี้
ส่วนด้านการเงิน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันมีสถานะติดลบอยู่กว่า 12,000 ล้านบาท และที่ประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าไม่ควรปล่อยให้ติดลบเกิน 40,000 ล้านบาท ซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างรอรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มเข้าแถลงนโยบาย เพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถเซ็นค้ำประกันเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินมาเสริมสภาพคล่องได้ หากรัฐบาลใหม่มาไม่ทันตามกำหนด รัฐบาลรักษาการอาจต้องทำเรื่องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขออนุมัติเป็นกรณีพิเศษจากเหตุสุดวิสัย
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมั่นใจว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลนแน่นอน เนื่องจาก ปตท. และกระทรวงพลังงานได้เซ็นสัญญาจัดหาจากแหล่งนอกอ่าวไว้แล้วกว่า 50% ส่วนอีกครึ่งหนึ่งกำลังเร่งหาแหล่งนำเข้าอื่นเพิ่มเติม โดยมีข่าวดีสำคัญจากการเจรจาเบื้องต้นกับประเทศรัสเซียเพื่อขอซื้อน้ำมันดิบ ซึ่งหากการเจรจาผ่านกระทรวงการต่างประเทศประสบผลสำเร็จและได้รับการผ่อนคลายจากเงื่อนไขสากล จะช่วยคลี่คลายวิกฤตพลังงานของไทยได้อย่างมีนัยสำคัญ



