ข่าว

จำคุก "อดีตตำรวจ" ตม.ภูเก็ต เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

จำคุก "อดีตตำรวจ" ตม.ภูเก็ต เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

10 มี.ค. 2569

ศาลพิพากษาจำคุก "อดีตตำรวจ" ตม.ภูเก็ต เผยแพร่ภาพลามกอนาจาร เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ให้รอการลงโทษ มีกำหนด 3 ปี เหตุเยียวยาจนผู้เสียหายไม่ติดใจ

10 มี.ค. 2569 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ ห้องพิจารณาคดี 908 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีดำ อทย 187/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ฟ้อง ส.ต.ท. (สงวนชื่อและนามสกุล) อดีตตำรวจ ตม.ภูเก็ต เป็นจำเลยฐานครอบครองและส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทำผลิตมีไว้นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักรพาไปหรือยังให้พาไปหรือทำลายหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจเด็ก และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามกเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีลักษณะอันลามก

โจทก์ฟ้องว่าระหว่างวันที่ 27 ก.พ. 2564 - 3 ธ.ค. 2567 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ครอบครองภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวอันเป็นสื่อลามกอนาจารเด็กซึ่งมีอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งเป็นภาพโป๊เปลือยของผู้เสียหายรวม 5 คน โดยประสงค์จะส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่นเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น และเพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชนทำผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก โดยจำเลยอัพโหลดเข้าสู่ระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ผ่านทางผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตที่ประชาชน โดยทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้และโฆษณาให้ปรากฏแก่ประชาชนทั่วไปในราชอาณาจักร 

รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่อยู่นอกราชอาณาจักรสามารถเข้าถึงได้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลที่มีลักษณะอันลามก ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและผู้อื่น ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 1 (17), 33 , 91, 287/1, 287/2 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ 2526 มาตรา 4 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2558 มาตรา 4 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 มาตรา 44 พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 มาตรา 8 ริบของกลาง 
 

จำเลยให้การรับสารภาพและได้ชดใช้เงินแก่ผู้เสียหายจำนวน 4 ราย รายละ 25,000 บาท 

 

จำคุก "อดีตตำรวจ" ตม.ภูเก็ต เผยแพร่ภาพลามกอนาจารเด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี

ศาลพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษฐาน เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชนทำผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร จำคุก 3 ปีปรับ 60,000 บาท , ฐานครอบครองและส่งต่อสื่อลามกอนาจารเด็กแก่ผู้อื่นเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ทำผลิตมีไว้นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักรส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร เป็นความผิด 3 กระทงลงโทษจำคุกกระทงละ 3 ปี ปรับกระทงละ 60,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี 28 เดือนปรับ 120,000 บาท 

พิเคราะห์ความร้ายแรงแห่งคดีแล้ว พยานหลักฐานโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้เป็นถ่ายภาพโป๊เปลือย แต่เป็นการนำภาพที่บุคคลอื่นถ่ายนำไปโพสต์ในชื่อบัญชีของจำเลยระหว่างพิจารณาคดีจำเลยได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้เสียหายทั้ง 4 ผู้เสียหายไม่ติดใจ จำเลยไม่เคยได้รับโทษทางอาญามาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษมีกำหนด 3 ปี ให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 ครั้งในเวลา 1 ปี บำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 24 ชั่วโมง และให้ริบของกลาง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ DSI พร้อมทีมพนักงานสอบสวน DSI มาร่วมฟังคำพิพากษา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากประเทศออสเตรเลียและ FBI ของสหรัฐอเมริกา มาสังเกตการณ์ด้วย เนื่องจากมีการเผยแพร่สื่อลามกเด็กกว่า 2.5 แสนไฟล์  ทาง DSI จึงขยายผลร่วมกับ ตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) , สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation :FBI) , สำนักงานสืบสวนความมั่นคงมาตุภูมิ  (Homeland Security Investigations: HSI), องค์การตำรวจสากล (INTERPOL), กระทรวงกิจการภายในนิวซีแลนด์ (Department of Internal Affairs: DIA) และประเทศในสหภาพยุโรปปราบขบวนการสื่อลามกเด็กออนไลน์ 

พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็ก พร้อมกำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสืบสวนปราบปรามอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อไป