ข่าว

จิตแพทย์ไทยขาดแคลนหนัก ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า สธ. เร่งผลิตเพิ่มรับมือผู้ป่วย

จิตแพทย์ไทยขาดแคลนหนัก ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 10 เท่า สธ. เร่งผลิตเพิ่มรับมือผู้ป่วย

05 มี.ค. 2569

สธ. เผยวิกฤตจิตแพทย์ไทยน่าห่วง มีไม่ถึง 900 คน หรือเพียง 1.28 ต่อแสนคน ต่ำกว่าเกณฑ์ 10 เท่า สวนทางยอดผู้ป่วยจิตเวชที่พุ่งสูงถึง 2.9 ล้านคน

วิกฤตการขาดแคลน "จิตแพทย์" ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดที่น่ากังวลอย่างมาก เมื่อข้อมูลล่าสุดระบุว่าไทยมีจิตแพทย์เพียง 845 คน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.28 ต่อแสนประชากร ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ 10 ต่อแสนประชากร หรือห่างกันเกือบ 10 เท่าตัว 

 


ทั้งนี้ความต้องการจิตแพทย์กับปริมาณนั้น สวนทางกันอย่างน่าตกใจ โดยพบว่ามีคนไทยถึง 13.4 ล้านคน เคยเผชิญปัญหาสุขภาพจิต และเฉพาะในปี 2566 มีผู้ป่วยเข้ารับบริการสูงถึง 2.9 ล้านคน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนอายุ 18-24 ปีที่เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุด และอัตราการป่วยด้วยโรคซึมเศร้าที่เพิ่มขึ้นถึง 1.7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วง 10 ปีก่อน

โดยเมื่อวานนี้ 4 มี.ค. 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เปิดเผยถึงผลการประชุมผู้บริหารระดับสูงว่า  ที่ประชุมเห็นชอบการเพิ่มศักยภาพการผลิตจิตแพทย์ให้เป็นวาระสำคัญระดับกระทรวง และให้โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขร่วมเป็นสถาบันฝึกอบรมกับกรมสุขภาพจิต โดยให้ผู้ตรวจราชการและประธาน Service Plan สาขาจิตเวชและยาเสพติด สนับสนุนการคัดเลือกโรงพยาบาลเป้าหมาย

ข้อมูลจาก  นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต  ระบุว่า ศักยภาพการผลิตจิตแพทย์ปัจจุบันอยู่ที่ 83 คนต่อปี เป็นสาขาจิตเวชศาสตร์ 64 คน  ในสถาบันอุดมศึกษา/โรงเรียนแพทย์ 42 คน  สถาบันสังกัดกรมสุขภาพจิต 3 แห่ง 22 คน และสาขาจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่น 19 คน ในสถาบันอุดมศึกษา/โรงเรียนแพทย์ 17 คน  สถาบันสังกัดกรมสุขภาพจิต 2 แห่ง 2 คน  ซึ่งสถาบันฝึกอบรมที่ให้การฝึกอบรมไม่สามารถเพิ่มศักยภาพได้เนื่องจากจำนวนอาจารย์ไม่เพียงพอ และอาจารย์จิตแพทย์มีภาระงานมาก

 

กระทรวงสาธารณสุข ยกระดับการผลิตจิตแพทย์ให้เป็นวาระสำคัญระดับกระทรวง เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในระบบการฝึกอบรมที่ปัจจุบันผลิตได้เพียงปีละประมาณ 80 กว่าคน เนื่องจากขาดแคลนอาจารย์แพทย์และสถาบันหลักมีภาระงานล้นมือ โดยแผนยุทธศาสตร์ใหม่จะเร่งดึงโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเข้ามาเป็นสถาบันร่วมฝึกอบรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตแพทย์ประจำบ้านในสาขาจิตเวชศาสตร์และจิตเวชศาสตร์เด็กและวัยรุ่นให้ได้เพิ่มขึ้นอีก 82 คน ภายในช่วงปี 2570-2571 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาเครือข่ายระบบดูแลสุขภาพจิตระยะ 5 ปี เพื่อขยับสัดส่วนจิตแพทย์ให้ขึ้นไปแตะระดับ 1.7 ต่อแสนประชากร และพยายามปิดช่องว่างการเข้าถึงบริการทางสุขภาพจิตที่กำลังวิกฤตอยู่ในขณะนี้