
"ชัยวัฒน์" ลาออกชุดเฉพาะกิจ ทส. เลี่ยงครหาการเมือง ปัดขัดแย้ง "รมว.สุชาติ"
"ชัยวัฒน์" เปิดใจสาเหตุลาออกชุดเฉพาะกิจ ทส. ไม่ให้กระทบการทำงาน วอนอย่าโยงการเมือง ยืนยันไม่ขัดแย้ง "สุชาติ" ด้าน "พล.ต.ต.นันทชาติ" สรุปทิ้งท้าย 4 ผลงานโบแดง ยึดคืนผืนป่าคืนประเทศ
4 มี.ค. 2569 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ยื่นหนังสือลาออกจากชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ ในฐานะหัวหน้าชุดเฉพาะกิจ รับหนังสือ
โดยให้เหตุผลสำคัญถึงความจำเป็นในการเร่งสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการตัดไม้และสร้างถนนในป่าแม่ยวมและป่าสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีผู้แสดงความรับผิดชอบ นายชัยวัฒน์เกรงว่าการเดินหน้าตรวจสอบอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดตามสไตล์การทำงานของตนและอาจก่อเกิดกระทบต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและผลกระทบระดับนโยบายไปจนถึง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
โดยที่ผ่านมา บางกรณีที่มีความจำเป็นตัดสินใจด้วยตนเองและเร่งรัดตามข้อเท็จจริงและสถานการณ์เพื่อให้สามารถตรวจสอบและยับยั้งความเสียหายของทรัพยากรได้ทันท่วงที โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของที่ปรึกษารัฐมนตรี
ตนจึงเห็นว่าวิธีการดำเนินงานในลักษณะนี้อาจไม่เหมาะสมกันบริหารหน้าที่หรือภายใต้คำสั่งดังกล่าวด้วยเหตุนี้จึงขอลาออกจากตำแหน่ง เพื่อมิให้มีผลกระทบด้านลบ จากการดำเนินงานของตนต่อไป ซึ่งยังยึดมั่นดำเนินการที่จะปฏิบัติด้านอนุรักษ์ ป่าไม้และสัตว์ป่าควบคู่ไปกับกระทรวง โดยเฉพาะสนับสนุนการทำงานของชุดเฉพาะกิจกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยความอย่างยินดียิ่งและจริงใจ
นอกจากนี้สาเหตุลาออกชัดเจนอีกประเด็น คือ มีผู้ร้องเรียนตนทำงานอยู่ในชุดเฉพาะกิจได้อย่างไร มีการเบิกเบี้ยเลี้ยงได้อย่างไร ซึ่งตนมองว่า ไม่เคยทุจริตจะมีการสอบสวนก็ว่ากันไป รวมถึงยังการตั้งคณะกรรมการสอบสวนตนในกรณีที่ยังมีเรื่องอยู่และกระทรวงก็เป็นผู้สอบ ถ้าตนยังอยู่ภายใต้ชุดเฉพาะกิจ ตนว่าคนสอบก็กังขาเหมือนกัน
หากตนรอดก็จะหาว่ารัฐมนตรีสุชาติช่วยเหลือ ซึ่งตนเป็นคนแฟร์ๆ ผิดคือผิด ถูกคือถูก ยินดีให้ตรวจสอบทุกเรื่อง เพราะตนไม่มีใครที่จะปกป้อง
นายชัยวัฒน์ ยืนยัน ไม่มีความขัดแย้งกับทีมชุดเฉพาะกิจ ที่ปรึกษารัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีปัญหากับตัวนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด ทำงานมาด้วยดีและมีความสุขแน่นอน ซึ่งประเด็นหลักที่ตนลาออกคือ กรมอุทยานดำเนินงานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นเจ้าหน้าทที่ของรัฐ ซึ่งหากตนยังอยู่ในชุดเฉพาะกิจและไปชี้เป้า ข้าราชการของกระทรวงก็จัดส่งผลกระทบต่อหลายๆคน บางคนโยงไปเกมการเมือง
"ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ซึ่งใครที่โยงเกี่ยวกับการเมืองอย่าไปให้ค่าเขา ใครที่ช่วยกันรักษาอนุรักษ์ป่าและสัตว์ป่า ผมสนับสนุนเต็มที่ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนหรือใคร ไม่ใช่เรื่องแบบนี้ประโยชน์การเมืองและกระทบรัฐมนตรีสุชาติ โยงว่าผมเป็นคนของรัฐมนตรี มาสร้างเรื่อง เพื่อที่จะย้ายอธิบดี และตั้งคนของรัฐมนตรี ยืนยันผมไม่มีอิทธิพล ผมจึงคิดว่าออกดีกว่า เพื่อที่จะทำงานไม่ต้องหนักใจและผมเล่นอะไรทำอะไรมีหลักฐาน" นายชัยวัฒน์ กล่าว
ขณะที่ พล.ต.ต.นันทชาติ ระบุว่า ตั้งแต่รับราชการมาความรู้ที่ตนมีและความรู้ของนายชัยวัฒน์ พอมารวมกันรัฐมนตรีสุชาติมองว่า ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ดูแลทรัพย์สินให้กับป่าไม้ ดูแลทรัพย์สินให้กับประเทศชาติ
ตั้งแต่อยู่ชุดเฉพาะกิจด้วยกันมาเราทำคดีใหญ่ๆ 4 เรื่อง
1. คดีแก่งกระจานที่ไปยึดที่ดินจากกลุ่มนายทุนคืนผืนป่า
2. คดีที่เขาสามร้อยยอด ที่ดินชุ่มน้ำ ยึดคืนกลับสู่ป่าชายเลนให้กับสัตว์และนก ซึ่งเรื่องนี้เกิดจากข้าราชการบางคนให้ความร่วมมือกับนักการเมืองท้องถิ่น
3. คดีจับยึดรีสอร์ทกลางป่าอุทยานที่เอราวัณ
4. คดีบุกรุกป่าแม่ยวมและป่าสาละวิน ด้วยการสร้างถนนกลางป่า ซึ่งจากการตรวจสอบ เป็นถนนเดิมและถนนใหม่ที่มีการตัดจริง ขณะที่ชาวบ้านบอกว่าอยากใช้ประโยชน์ ซึ่งได้ชี้แจงทำให้ถูกขั้นตอน
"เราทำงานด้านนี้เราไม่กลัว เพราะรัฐมนตรีสุชาติ กำชับให้ทำงานอย่างเต็มที่ทำตามกฎหมาย เอาผืนดิน เอาแผ่นดินคืนให้กับประเทศ ไม่มีอิทธิพลหรือนักการเมืองที่ไหนมามีอำนาจเหนือกฎหมาย" พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าว



