ข่าว

กลาโหมสั่งคุมเข้ม ลดใช้เชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน หนุนกำลังพล WFH

กลาโหมสั่งคุมเข้ม ลดใช้เชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน หนุนกำลังพล WFH

04 มี.ค. 2569

กระทรวงกลาโหม ประกาศมาตรการรัดเข็มขัดคุมเข้มการใช้พลังงานทั่วประเทศ รมว.กลาโหม สั่งทุกหน่วยประหยัดพลังงาน ไฟเขียว Work from Home ตามความเหมาะสมบริบทงาน

จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หลายฝ่ายกังวลกระททั้งเรื่องเศรษฐกิจ คมนาคม รวมถึงปริมาณการส่งออกน้ำมัน เนื่องจาก มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสูงถึงราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันและของเหลวปิโตรเลียมอื่น ๆ ทั่วโลก 

 

โดยประเทศไทย กระทรวงพลังงานสั่งจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และ ยืนยันว่า ไทยมีน้ำมันเพียงพอ วอนประชาชนอย่ากักตุน 

 

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ผมได้สั่งการให้กระทรวงพลังงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลในราคาลิตรละ 29.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะพิจารณามาตรการช่วยเหลือประชาชน อีกครั้งหนึ่ง ปั๊ม ปตท. ทุกปั๊ม ขายน้ำมันดีเซล ลิตรละ 29.94 บาท

 

กลาโหมสั่งคุมเข้ม ลดใช้เชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน หนุนกำลังพล WFH

 

 

ในส่วนของกระทรวงกลาโหม พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งการทุกหน่วยงานของกระทรวงกลาโหม ดำเนินการให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล เพื่อบรรเทาภาระงบประมาณด้านพลังงานเชื้อเพลิงและประหยัดพลังงานไฟฟ้าของประเทศ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายกำลังพลในการเดินทางมาปฏิบัติงานประจำวัน โดยมีมาตรการประหยัดพลังงานที่สำคัญ อาทิ

1. มาตรการควบคุมการใช้เชื้อเพลิง โดยคำนึงถึงหลักความจำเป็น ความประหยัด ความคุ้มค่า และให้พิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้
(1) ลดจำนวนเที่ยวยานพาหนะในการขนย้าย หรือเดินทางไปราชการ โดยจัดเที่ยวรถร่วมกัน หรือใช้ยานพาหนะขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้อเพลิง
(2) ส่งเสริมการใช้ระบบการประชุมทางไกลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) แทนการเดินทางไปประชุม เว้นแต่กรณีที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปปฏิบัติราชการด้วยตนเอง
(3) พิจารณาเลื่อนหรือยกเลิกกิจกรรมที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องใช้ยานพาหนะเป็นจำนวนมาก 

 

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวไม่ใช้บังคับกับภารกิจด้านการป้องกันประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร และภารกิจสำคัญเร่งด่วนตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ซึ่งให้ปฏิบัติตามความจำเป็นของสถานการณ์

 

2. มาตรการประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเน้นย้ำและปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงานเดิมอย่างเคร่งครัด  เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้า และให้พิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้
(1) ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ตามมาตรการประหยัดพลังงานของรัฐบาล และเปิดใช้งานเฉพาะในเวลาราชการ หรือเมื่อมีความจำเป็นเท่านั้น
(2) ปิดเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ทำความร้อนและความเย็น รวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ เมื่อเลิกใช้งาน หรือพ้นเวลาราชการ เว้นผู้ปฏิบัติหน้าที่เวรยาม หรือปฏิบัติงานนอกเวลาราชการกรณีจำเป็น
(3) ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน  เพื่อลดการสิ้นเปลืองพลังงานโดยไม่จำเป็น  และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงานสูง 

 

3. พิจารณาให้ปฏิบัติงานนอกที่ตั้งหน่วย (Work from Home) ตามความเหมาะสม และลักษณะงาน สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และพลังงานในภาพรวม รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของกำลังพล ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และต้องสามารถเรียกตัวกำลังพลเข้าปฏิบัติงานได้ทันที เมื่อมีความจำเป็นหรือเกิดเหตุฉุกเฉิน

 

สำหรับทุกมาตรการดังกล่าวของกระทรวงกลาโหม สะท้อนความเป็นหนึ่งเดียวกับประชาชนไทย และร่วมแบ่งเบาภาระด้านพลังงานของประเทศในภาพรวม รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายให้กับกำลังพลทหารอีกด้วย 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังได้เน้นย้ำว่า แม้จะมีการดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเข้มงวด แต่จะต้องไม่ลดทอนประสิทธิภาพในการปฏิบัติภารกิจในการช่วยเหลือประชาชน และทุกภารกิจของกองทัพที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล

 

กลาโหมสั่งคุมเข้ม ลดใช้เชื้อเพลิง ประหยัดพลังงาน หนุนกำลังพล WFH