
เผยสาเหตุ เสือโคร่งดับ 72 ตัวปริศนา ตรวจพบเชื้อ "หัด-แบคทีเรีย" ไม่ใช่ไข้หวัดนก
ปศุสัตว์ สรุปสาเหตุเสือโคร่งตายพุ่ง 72 ตัวใน 11 วัน ยืนยันพบเชื้อไวรัส "หัดสุนัข (CDV)" ระบาดควบคู่แบคทีเรียทำลายเม็ดเลือด ย้ำชัดไม่ใช่ไข้หวัดนกและไม่ติดต่อสู่คน
ความคืบหน้ากรณีพบเสือโคร่งเสียชีวิตจำนวนมาก ถึง 72 ตัวในระยะเวลาแค่ 11 วัน ในสถานที่เลี้ยงของเอกชนที่ จ.เชียงใหม่
21 ก.พ. 2569 นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝ่าย ปศุสัตว์เขต 5 และนายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ใจความว่า คุ้มเสือเชียงใหม่ (Tiger Kingdom) สาขาแม่ริม ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีการพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องหยุดการให้บริการเยี่ยมชมสัตว์ชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน นั้น
ทางกรมปศุสัตว์ชี้แจง ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งกรณีพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัว ในวันที่ 13 ก.พ. 2569 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16) พร้อมทั้งทีมสัตวแพทย์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อการตรวจวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของโรค
ซึ่งได้มีการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งที่เหลืออยู่ ไปดูแลที่ศูนย์บริบาลสัตว์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์ ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แต่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ Canine distemper virus (CDV) และพบสารพันธุกรรมของเชื้อ Mycoplasma spp.
สำหรับ Mycoplasma spp. เป็นเชื้อแบคทีเรียขนาดเล็กที่ไม่มีผนังเซลล์ จากการศึกษาพบว่า สามารถพบเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้ทั้งในเสือที่เลี้ยงและเสือในธรรมชาติ
จากการศึกษาพบว่า เชื้อดังกล่าวมีช่องทางการติดต่อหลักผ่านสัตว์พาหะจำพวกสัตว์ดูดเลือด เช่น เห็บ หมัด และแมลงวันคอก การติดต่อกันระหว่างสัตว์ผ่านการสัมผัสเลือดจากการกัดกัน รวมทั้งการติดต่อถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวก่อให้เกิดอาการ ซึม เบื่ออาหาร อ่อนแรง เกิดภาวะโลหิตจางจากภาวะที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย ทำให้เกิดซีดของเยื่อเมือก ภาวะดีซ่าน และม้ามโตในกรณีที่เกิดโรครุนแรง
โดยปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ได้แก่ ภาวะที่สัตว์มีภูมิคุ้มกันต่ำ จากทั้งภาวะความเครียด การป่วยเรื้อรัง รวมทั้งสัตว์ที่มีอายุสูง โดยการรักษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาตามอาการ นอกจากนี้การลดจำนวนสัตว์พาหะในสิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อในพื้นที่เลี้ยง



