ข่าว

สาเหตุแท้จริง "พลายเพชรอุทัย" ทำร้ายควาญช้าง บาดเจ็บสาหัส

สาเหตุแท้จริง "พลายเพชรอุทัย" ทำร้ายควาญช้าง บาดเจ็บสาหัส

17 ก.พ. 2569

ไม่ได้เร่งช้างผสมพันธุ์! พ่อควาญช้าง เผยสาเหตุแท้จริง "พลายเพชรอุทัย" ทำร้ายลูกชาย บาดเจ็บสาหัส รอตัดสินใจเลี้ยงต่อหรือไม่

ความคืบหน้า กรณีช้างเพศผู้ "พลายเพชรอุทัย" อายุ 19 ปี ทำร้ายนายสมพร อายุ 35 ปี  ซึ่งเป็นเจ้าของหรือควานช้าง  ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งยังใช้งาพังรถยนต์ เสียหาย 2 คัน และยังมีป้ายทางหลวงได้รับความเสียหายอีก 5 ต้น เหตุเกิดที่บ้านโนนธาตุ  หมู่ 6 ต.ท่าม่วง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 16 ก.พ. 2569

ล่าสุด นายสัตวแพทย์อภิชาติ สุวรรณชัยรบ ปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มอบหมายให้นายสัตวแพทย์สุริยะ กาวงษ์กลาง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดบุรีรัมย์, นายสัตวแพทย์บุญตรี ยุบรัมย์ ปศุสัตว์อำเภอสตึก, นายอุทัย เยรัมย์ กำนันตำบลท่าม่วง ร่วมกับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จากสถานพยาบาลช้าง โครงการคชอาณาจักร จังหวัดสุรินทร์  ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุช้างคุ้มคลั่ง ทำร้ายควาน และพังรถเสียหาย

จากการลงพื้นที่พบว่าพลายเพชรอุทัย ช้างเพศผู้ที่ตกมันตัวดังกล่าว ถูกนำไปล่ามโซ่ไว้ที่บริเวณบ้านของควาญช้าง ส่วนช้างเพศเมียที่นำมาผสมพันธุ์ เจ้าของก็ได้นำกลับไปไว้ที่บ้านแล้ว  ซึ่งอยู่ในตำบลเดียวกัน จากการติดตามอาการพลายอุทัย วันนี้เป็นปกติไม่มีอาการเครียด หรือหงุดหงิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้เจ้าของดูแลสังเกตพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด  และติดป้ายเตือนห้ามบุคคลอื่นเข้าใกล้เพื่อความปลอดภัย

ส่วนควาญช้างที่ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส มีอาการปอดฉีก และขาหักจากการถูกช้างใช้งาทิ่ม ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องเฝ้าติดตามอาการใกล้ชิด 

 

สาเหตุแท้จริง "พลายเพชรอุทัย" ทำร้ายควาญช้าง บาดเจ็บสาหัส
 

นายสัตวแพทย์สุริยะ กาวงษ์กลาง หัวหน้ากลุ่มพัฒนาสุขภาพสัตว์ สนง.ปศุสัตว์ จ.บุรีรัมย์  กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ติดตามอาการช้างและสอบถามข้อมูลกับควานช้าง ทราบว่าก่อนเกิดเหตุได้นำช้างไปผสมพันธุ์กับช้างเพศเมีย ที่บริเวณทุ่งนาทราบเป็นวันที่สามแล้ว ซึ่งได้ผสมพันธุ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว

สาเหตุที่เกิดอาการคุ้มคลั่ง ก็เกิดได้หลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และปัจจุบันช้างมีอายุ 19 ปี ที่ความสมบูรณ์พันธุ์เต็มที่ เริ่มมีอาการตกมัน แสดงอาการหึงหวงช้างตัวเมีย และหลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ควาญช้างได้นำหญ้าอาหารสัตว์ไปให้ช้างกิน จังหวะที่เดินออกมาเกิดสะดุดล้ม อาจจะทำให้ช้างตกใจ กลัวจะมีคนเข้าไปทำร้าย เพราะช่วงนั้นช้างก็มีอาการระแวงตกมันอยู่แล้ว จึงได้เข้าไปทำร้ายควาญ และพังรถที่อยู่ใกล้เคียง

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แนะนำให้ควาญช้าง เฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ดูแลเรื่องน้ำและอาหารอย่าให้ขาด และการจะเข้าใกล้ช้างควรสังเกตพฤติกรรมของเขาด้วยว่ามีอารมณ์อย่างไร โดยเฉพาะช่วงที่ตกมันจะค่อนข้างมีความระแวดระวังภัยสูงกว่าปกติ ที่สำคัญคนที่เข้าใกล้ช้างจะต้องเป็นควานที่ฝึกมาอย่างดี ช่วงนี้ต้องห้ามบุคคลอื่นเข้าใกล้เพื่อไม่ให้เป็นอันตราย ซึ่งช่วงผสมพันธุ์โดยธรรมชาติจะต้องให้เขามีความพร้อมไม่บังคับและปล่อยให้เขาอยู่ด้วยความสบายใจ

 

สาเหตุแท้จริง "พลายเพชรอุทัย" ทำร้ายควาญช้าง บาดเจ็บสาหัส
 

ด้าน นายบาน อายุ 62 ปี พ่อของควาญช้างที่ถูกช้างทำร้ายบาดเจ็บ ยืนยันว่า ไม่ได้มีการเร่งหรือกดดันให้ช้างผสมพันธุ์ จนเกิดหงุดหงิดทำร้ายลูกชาย และพังรถตามที่เป็นข่าว ซึ่งการผสมพันธุ์เป็นธรรมชาติของช้าง ที่มีอาการเป็นสัตว์เหมือนกับสัตว์ทั่วไป ตอนที่ลูกชายนำไปผสมพันธุ์ ไม่ได้มีการล่ามโซ่ ปล่อยให้เขาคลอเคลียกับช้างตัวเมียตามธรรมชาติ

ส่วนเหตุการณ์เกิดหลังจากผสมพันธุ์กันเสร็จแล้ว และเป็นวันสุดท้ายที่เตรียมจะนำช้างกลับ แต่อาจจะเป็นเพราะช้างตกมัน หวงตัวเมีย  ประกอบกับจังหวะที่ลูกชายเอาหญ้าไปให้ เกิดสะดุดล้ม ทำให้ช้างที่ยังมีอาการระแวงอยู่แล้วเกิดตกใจ คิดว่าลูกชายจะทำอะไรเขา ก็เป็นสัญชาตญาณที่เขาจะป้องกันตัวเอง และช่วงที่ช้างตกมันบางครั้ง เขาจะจำควาญหรือเจ้าของไม่ได้  มันเป็นเหตุสุดวิสัย

นายบาน ยังบอกอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครอบครัวเสียใจมาก เพราะลูกชายบาดเจ็บสาหัส ยังไม่รู้สึกตัวเลย ตนก็ต้องดูแลเจ้าพลายเพชรอุทัย แทนลูกชายไปก่อน หากลูกชายฟื้นตัวอาการดีขึ้นแล้ว จะมีการพูดคุยกันว่ายังจะเลี้ยงต่อหรือไม่ เพราะคนในครอบครัวโดยเฉพาะลูกชาย ผูกพันกับช้างตัวนี้มาก เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่อายุ 8 เดือน  เป็นเหมือนสมาชิกในครอบครัว  แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ต้องให้ลูกชายตัดสินใจว่ายังจะเลี้ยงต่อหรือไม่