ข่าว

"ตรีนุช" ให้โจทย์ทีมปฏิรูปประกันสังคม เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้

"ตรีนุช" ให้โจทย์ทีมปฏิรูปประกันสังคม เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้

13 ก.พ. 2569

"ตรีนุช" รมว.แรงงาน ให้โจทย์ทีมปฏิรูปประกันสังคม ต้องทำให้เป็นองค์กรของรัฐที่บริหารแบบมืออาชีพ เน้นโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นอิสระจากการเมือง

13 ก.พ. 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ว่าได้มีการประชุมคณะทำงานครั้งแรกไปแล้ว เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ที่ผ่านมา โดยที่ประชุมมีข้อสรุปตรงกันในเรื่องที่เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขของสำนักงานประกันสังคม ใน 3 ด้านหลักๆ คือ การติดกรอบระบบราชการทำให้งานล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการหรือความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ความเชื่อมั่นในเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลได้ และ การที่ต้องมีการปรับปรุงรูปแบบการบริหารจัดการองค์กรให้เหมาะสมกับบริบททางสังคมในอนาคต

รมว.แรงงาน กล่าวว่า การปฏิรูปประกันสังคมไม่ได้ต้องการให้ แปรสภาพเป็นเอกชน (Privatization) แต่ต้องการทำให้เป็น "องค์กรของรัฐที่บริหารแบบมืออาชีพ" เพื่อให้เงินทุกบาททุกสตางค์ของผู้ประกันตนกว่า 24.5 ล้านคน และ นายจ้างอีกกว่า 500,000 ราย มีการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงตามวัตถุประสงค์ของการเป็นองค์กรที่สร้างความมั่นคงให้กับชีวิต ในส่วนของการทำให้สินทรัพย์งอกเงยก็ต้องมีกลยุทธ์การบริหารเงินลงทุนที่นอกจากการบริหารโดยมืออาชีพแล้วยังต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทั้ง ผู้ประกันตน นายจ้างและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องด้วย

"ต้องยอมรับว่ากองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่มากจนการบริหารแบบเน้นความเสี่ยงต่ำตามระเบียบราชการอาจไม่เพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์ในอนาคต พูดง่ายๆก็คือ มีความเสี่ยงที่จะไม่มีเงินจ่ายหากยังบริหารแบบเดิม จึงได้มีข้อเสนอมาก่อนหน้านี้ ในเรื่องของการจัดตั้งหน่วยงานบริหารการลงทุนแบบมืออาชีพแยกออกมาชัดเจน คล้ายกับรูปแบบของ กบข. " นางสาวตรีนุช กล่าว และว่า การบริหารกองทุนเป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงโดยปกติอยู่แล้ว แต่มืออาชีพจะรู้ว่า จะกระจายความเสี่ยงในการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้นได้อย่างไร เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อและรองรับสังคมสูงวัยที่มาถึงเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายปี

นางสาวตรีนุช กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร หรือ Restructuring โจทย์ใหญ่ คือ ลดความเทอะทะแบบราชการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหาร ไม่อยู่ภายใต้กฎระเบียบที่อาจจะล้าหลังไปแล้ว ซึ่งจะทำให้สามารถดึงดูดคนที่มีความเชี่ยวชาญสูงในด้านต่างๆ เช่น ด้านการเงินและการลงทุน เข้ามาทำงานด้วยอัตราค่าจ้างที่แข่งขันกับเอกชนได้ สำคัญที่สุด คือ ต้องมีความโปร่งใส มีระบบธรรมาภิบาลที่สามารถตรวจสอบได้ และ จะดีที่สุด คือ มีความเป็นอิสระจากการเมือง

รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในส่วนของการบริการ จำเป็นต้องยกระดับโดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้ทั้ง AI , Co-Bot หรือ Big Data ที่เชื่อมโยงข้อมูลโรงพยาบาล นายจ้าง และผู้ประกันตนแบบ Real-time สามารถวิเคราะห์เพื่อออกแบบสิทธิประโยชน์ที่ตรงตามความต้องการของผู้ประกันตนแต่ละกลุ่มอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น