
สตช. ระดมตำรวจ 1.2 แสนนาย ดูแลความเรียบร้อยเลือกตั้ง ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง
ผบ.ตร. สั่งระดมตำรวจ 126,000 นาย ดูแลความเรียบร้อยเลือกตั้ง ย้ำ วางตัวเป็นกลาง บังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด ยังไม่พบซื้อสิทธิ์ขายเสียง
5 ก.พ. 2569 เมื่อเวลา 12.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อยช่วงการเลือกตั้งว่า จากข้อมูลด้านการข่าวพบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง จึงได้กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1 ถึงภาค 9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
พร้อมระบุจากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินคดีแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูล หรือได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ใด
ผบ.ตร. ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลางและระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้ง ตำรวจได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยย้ำว่าต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนช่วยกันรักษากติกาตามระบอบประชาธิปไตย
ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดน ผบ.ตร. ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ
สำหรับช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า "คืนหมาหอน" ในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. 2569 ผบ.ตร. ได้กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกันในวันพรุ่งนี้(6ก.พ.69)จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่
ผบ.ตร. ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุรุนแรงหรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิ์ตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด
สำหรับกรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่าง ๆ ผบ.ตร. ระบุว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งหรือกฎหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน
ผบ.ตร. ย้ำว่า หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. นี้ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดระยอง และจะลงพื้นที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยตนเอง โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้
ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 จะมีการเปิดศูนย์อำนวยการดูแลการเลือกตั้ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน เพื่ออำนวยการและติดตามสถานการณ์ตลอดวันเลือกตั้ง



