
ครั้งแรกในไทย กรมอุทยานฯ เริ่มฉีดยาคุมช้างป่า ใน อ.บ่อไร่ จ.ตราด
เปิดเหตุผล กรมอุทยานฯ ทำโครงการ วัคซีนคุมกำเนิดช้างป่า เริ่มแล้ว! ในพื้นที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด ย้ำ ปลอดภัย 100% ไม่มีอันตรายต่อช้าง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ดำเนินการฉีดวัคซีนคุมกำเนิดให้ช้างป่า ในอำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไทย เพื่อสร้างสมดุลการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้าง
ทำไมต้องทำโครงการนี้?
นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า เปิดเผยถึงที่มาของโครงการนี้ว่า ในพื้นที่ป่าภาคตะวันออก ประชากรช้างป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 334 ตัวในปี 2558 เป็น 799 ตัวในปี 2568 (เพิ่ม 8.2% ต่อปี) ทำให้ช้างออกมาหากินในพื้นที่ชุมชนมากขึ้น เนื่องจากพื้นที่ป่าและอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปัจจุบัน มีผู้เสียชีวิต 141 ราย บาดเจ็บ 170 ราย และทรัพย์สินพืชผลเกษตรเสียหายในพื้นที่กว่า 100 ตำบล 6 จังหวัด
วัคซีนนี้คืออะไร
วัคซีนคุมกำเนิดไม่ใช่การทำหมัน ไม่ใช่การผ่าตัด และไม่ทำร้ายช้างแต่อย่างใด วัคซีนจะสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายช้างเพศเมีย ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไข่ ไม่ให้อสุจิเข้าไปปฏิสนธิจนตั้งท้องได้ ใช้ได้นาน 7 ปี หลังจากนั้นหากไม่ฉีดเสริมช้างก็จะตั้งท้องได้ตามปกติ
ปลอดภัย 100% ไม่มีอันตรายต่อช้าง
วัคซีนผ่านการทดลองในช้างแอฟริกาและช้างเลี้ยงไทย 7 เชือกแล้ว ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ไม่ส่งผลต่อช้างที่ตั้งครรภ์หรือให้นมลูก ไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบ ไม่กระทบพฤติกรรมการกิน การพักผ่อน หรือความสัมพันธ์ในฝูง ช้างจะมีชีวิตปกติสุขเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่ไม่ตั้งท้องชั่วคราว
ดำเนินการอย่างไร
ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ร่วมกันดำเนินปฏิบัติการฉีดวัคซีนให้แก่ช้างป่าเพศเมียโตเต็มวัยจำนวน 3 ตัว จากโขลงทั้งหมด 12 ตัว ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกคลองแก้ว โดยเริ่มภารกิจเมื่อเวลา 21.00 น. ซึ่งใช้วิธีการยิงวัคซีนด้วยปืนอัดลมโดยไม่ต้องวางยาสลบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของทั้งตัวช้างและเจ้าหน้าที่ อีกทั้งยังช่วยให้ช้างสามารถใช้ชีวิตอยู่กับฝูงได้ตามปกติตลอดช่วงเวลาปฏิบัติงาน จนกระทั่งเสร็จสิ้นภารกิจในเวลา 22.00 น. ทั้งนี้ ทีมงานจะยังคงติดตามสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง 48 ชั่วโมง พร้อมทั้งวางแผนเก็บตัวอย่างเลือดและมูลเพื่อตรวจระดับภูมิคุ้มกันทุก 6-8 เดือน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 7 ปี
"หัวใจสำคัญของการรักช้าง คือการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน"
นายสุขี บุญสร้าง กล่าวทิ้งท้ายว่า "หัวใจสำคัญของการรักช้าง คือการสร้างสมดุลที่ยั่งยืน โครงการนี้ถือกำเนิดขึ้นจากความห่วงใยในสวัสดิภาพของช้างป่าอย่างแท้จริง เพราะหากปล่อยให้ประชากรช้างเพิ่มขึ้นจนเกินขีดความสามารถที่ผืนป่าจะรองรับได้ ช้างก็จะเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ และต้องเสี่ยงภัยจากการรุกล้ำเข้าสู่ชุมชน ทั้งอุบัติเหตุบนท้องถนน ไฟฟ้าช็อต หรือความขัดแย้งกับคนในพื้นที่ การควบคุมจำนวนประชากรด้วยวัคซีนที่มีความปลอดภัย จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ช้างมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีทรัพยากรที่เพียงพอ และลดความเสี่ยงจากการเผชิญหน้า นี่คือการอนุรักษ์ที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตในระยะยาว เพื่อให้คนและช้างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างแท้จริง"



