
ไทย! ออกหมายจับ "ฮุนเซน-ฮุนมาเนต" ลุยฟ้อง ล้างแค้นบทเรียนเลือดชายแดนไทย!
ตาต่อตา ฟันต่อฟัน! "สมช.-อัยการ" รุกฆาตฟ้อง "ฮุนเซน-มาเนต" ยื่นหมายจับอินเตอร์โพล-จ่อยึดทรัพย์ ล้างแค้นบทเรียนเลือดชายแดนไทย!
เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 กลายเป็นประเด็นร้อนฉ่าวงการความมั่นคง หลัง "วาสนา นาน่วม" นักข่าวสายทหารชื่อดัง รายงานข่าวช็อกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงความเคลื่อนไหวล่าสุดในกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยระบุว่า "เกมมา เกมกลับ" เป้าหมายชัดเจนคือการลากตัว "สมเด็จ ฮุน เซน" ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ "พล.เอก ฮุน มาเนต" นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของไทยโดยระบุว่า
เกมมา เกมกลับ เป้าหมาย ถึง InterPol-ยึดทรัพย์ สมช. กองทัพ ประชาชนชายแดน และอัยการสูงสุด ฟ้อง ฮุน เซน ฮุน มา เนต ทั้งอาญาและแพ่ง สั่งการ สู้รบ จนทำ ให้เกิดความเสียหายต่อ ทรัพย์สินและชีวิต ของประชาชนคนไทย เผย ความผิดอาญา เพื่อนำไปสู่การออกหมายจับ เข้าประเทศไทยไม่ได้ และส่งเรื่อง หมายแดง ให้ InterPol พบที่ไหนให้จับ ส่วนความผิดทางแพ่ง ต้องชดใช้ค่าเสียหาย โดยไทย สามารถยึดทรัพย์ของทั้ง2 จำเลย ที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อขายทอดตลาด เพื่อชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในประเทศไทย
รุกฆาตทางอาญา-บีบทางแพ่ง โดยนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนเองและอัยการได้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ จ.สุรินทร์ เพื่อฟ้องร้อง พลเอก ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และ สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะที่ทั้งสองเป็นผู้สั่งการให้มีการสู้รบ จนส่งผลให้ประชาชนไทยต้องสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน โดยเป้าหมายหลักคือ
- ออกหมายจับอินเตอร์โพล (Interpol): เตรียมส่งหมายแดงให้ตำรวจสากลทั่วโลก พบเห็นที่ไหนให้จับทันที และประกาศกร้าว "ห้ามเข้าประเทศไทย" หากก้าวเท้าเข้ามาแม้แต่ก้าวเดียว...จับแน่!
- ยึดทรัพย์จำเลย: หากตรวจพบทรัพย์สินของทั้งสองที่ซุกอยู่ในแผ่นดินไทย จะถูกสั่งอายัดและขายทอดตลาดทันที เพื่อนำเงินมาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากไฟสงคราม
ยัน! มติรัฐบาลเดิม ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช. ยืนยันว่าเรื่องนี้มีมูลฐานมาจากมติ สมช. ตั้งแต่ปลายรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ในสมัยที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกฯ ซึ่งเป็นมติที่ตกทอดมาจนถึงปัจจุบันและมีการยืนยันหนักแน่นให้ดำเนินคดีตามกฎหมายไทยอย่างถึงที่สุด “เราอาจไม่ได้คาดหวังว่าจะจับกุมได้จริงในต่างแดน แต่ตามกฎหมายไทย พวกเขาสิ้นสภาพการเป็นพันธมิตร และกลายเป็นผู้ต้องหาทันที” แหล่งข่าวจากหน่วยความมั่นคงระบุทิ้งท้าย



