
สรุป "ชูวิทย์" แถลงตอบโต้ พรรคประชาชน ย้ำเจตนารมณ์ สาเหตุต่อต้าน
สรุป "ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์" แถลงตอบโต้ พรรคประชาชน ย้ำเจตนารมณ์ ต่อต้านแค่ครั้งนี้ เพราะคุณทำผิด เอาคะแนนโหวตของประชาชน ไปให้คนอื่น
19 ม.ค. 2569 เมื่อเวลา 14.00 น. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง แถลงตอบโต้ของพรรคประชาชน และกรณีถูกสังคมตั้งคำถามว่าทำไมชูวิทย์ กลับมาในช่วงเลือกตั้ง โดยระบุว่า พรรคการเมืองนี้ แตกต่างจากพรรคการเมืองเก่า ใช้ระบบโควตา วิธีการเมืองเก่าๆ ทั้งนี้ ตนเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้ม ตั้งแต่ปี 2562 ต่อมาปี 2566 ต้องต่อสู้กับพรรคภูมิใจไทย จนถูกฟ้องคดีแพ่ง อาญา รวมไปถึง กกต. ที่ต่อสู้ศาลยกฟ้องหมด
ดังนั้น ที่ใครมาบอกว่า ผมรับงานมา อย่าคิดเลยว่าผมจะรับงาน เพราะผมมีคดี และต่อสู้ตามกระบวนการ ผมป่วย ปี 2566 ถึงขนาดไปดูสุสาน น้ำหนักเหลือ 60 หมอบอกว่าคนรักษารุ่นเดียวกับผม ไปหมดแล้ว ผมฉีดคีโมอยู่ 50 รอบ จนวันนึงหลานบอกว่า ไปตายใกล้ๆ บ้านดีกว่า ผมรักษาตัวจนพอจะประคองตัวได้ เมื่อมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปีนี้ ผมถือว่าเป็นการสื่อสารกับประชาชน ได้แจ้งแล้วว่าจะออกมาให้บทเรียนพรรคส้ม พรรคส้มเป็นพรรคที่ผมเลือก ถ้าเกิดผมมีประเด็นสำคัญอย่างที่เขากล่าวหา ทั้งๆ ที่คุณเป็นพรรคการเมืองใหม่ ก็ไม่ควรทำอย่างนั้น
"ผมรักคุณวิโรจน์ รักโรม รักไอซ์ หลายๆ คน ถ้าไม่รักไม่ไปเลือก แต่การเลือกต้องมีเหตุผล เพราะเราเป็นราษฎรเต็มขั้น ต้องฉลาดเท่าทัน นักการเมือง นักการเมืองต้องการคะแนนเสียง ผมได้คดีตอบแทน" นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ผมเดินทางไปต่อสู้คดีหลายจังหวัด จนปี 2566 ไปไม่ไหว เพราะไปรักษาตัว กระทั่งปี 2568 ขึ้นศาลเดือนละ 1-2 รอบ ถามว่านักวิชาการ บรรดาอาจารย์ที่ออกทีวี พวกคุณอยู่ไหน ซึ่งกัญชากับเรื่องพรรคส้ม มันคนละเรื่องกัน ดังนั้น วิธีการต่อสู้มันคนละเรื่องกัน
สำหรับเรื่องของโจ๊ก การไปต่อรองตำแหน่งทางการเมือง มันเสียหายตรงไหน ถามถึงใบเสร็จ หลักฐาน ไม่งั้นจะฟ้องผม มันเป็นเรื่องที่คุณสามารถทำได้ เพราะผมโดนมาเยอะแล้ว และต่อสู้ด้วยตัวเอง ไม่เคยไปขอความช่วยเหลือใคร เรื่องของโจ๊ก ปัญหามาจากคุณบอกว่า "มีเรา ไม่มีเทา" ซึ่งคุณยอมรับว่าโจ๊กให้ข้อมูลเรื่องตั๋วช้าง กับโรม ซึ่งโรมตนเห็นเขามาตั้งแต่เป็นนักศึกษา เคยให้ข้อมูลเขา เพราะเห็นว่าเขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ การสนับสนุนเขาเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งเขาเป็นแค่กลไกหนึ่งในพรรค แต่บุคคลสำคัญในพรรค คือนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
นายชูวิทย์ อธิบายเพิ่มเติมว่า นายธนาธร มีบุคลิก ท่าทีเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ลักษณะเหมือนนักการเมือง ซึ่งผมบอกแล้วว่า การเมืองทำให้คนเปลี่ยนไป เวลาธนาธรไปคุยกับทักษิณ ก็ไปคนเดียว เวลาไปคุยกับอนุทิน เรื่อง MOA ก็ไปคนเดียว โรม วิโรจน์ ไม่รู้เรื่อง การจัดลำดับปาร์ตี้ลิสต์ วิโรจน์ ไม่รู้เรื่อง ส่วนโรม ก็ไม่มีสิทธิ์ เรื่องพวกนี้หากตนเอามาพูด ก็เหมือนไปวิจารณ์พรรค นอกจากนี้ยังมองว่า "เท้งเป็นคนซื่อ เป็นคนดี แต่ในทางการเมือง มันใช้ไม่ได้ บางคนขยัน แต่ไม่ฉลาด สมัยก่อนต้องเอาไปฆ่า เพราะอันตราย"
เรื่องโจ๊กไม่ได้ใหญ่อะไรเลย แต่เรื่องที่คุณทำ มันก่อให้เกิดผลเสีย มาจนถึงทุกวันนี้ คะแนนที่คุณไปมอบให้ ตั้งเวลาไว้ 4 เดือน MOA 5 ข้อหลวมๆ สะท้อนถึงเรื่องฮั้ว สว. คุณต้องการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยไขล็อก สว. แต่พอคุณเลือกเขา เขากลับไปแก้ไขปัญหาของเขา
นายชูวิทย์ กล่าวว่า เรื่องของโจ๊ก เขาคุยกับผม คุยกัน 2 คน ผมไม่ได้ไปอัดเทปไว้ แต่ผมบอกว่าเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เขาพูดเรื่องเทาๆ ก็มาถึงว่าพรรคประชาชน มีนโยบายปราบคอร์รัปชัน แต่มองไปทั้งพรรค ไม่มีใครรู้เรื่องเทาสักคน ส่วนตำรวจอย่างโจ๊ก เป็นถึง รอง ผบ.ตร. เขาต้องมีประสบการณ์ ความรู้ พอที่จะเอาไปให้พรรคส้มได้ ถ้าโจ๊กไม่มีเรื่องคดี เขาพูดในแนวทางตรงกัน ต้องการปฏิรูปวงการตำรวจ ถ้าโจ๊กพูดว่าทำให้ได้ แต่ขอคุมตำรวจ คำว่าขอคุมตำรวจ ไม่ได้หมายความว่า นั่งรองนายกฯ คนไม่รู้เรื่องการเมือง ตอบไม่ได้
ส่วน นายธนาธร ก็ไม่มีตำแหน่งอะไร แต่สามารถโน้มน้าวคนในพรรคได้ แม้จะโดนแบน 10 ปี ดังนั้น โจ๊กก็เสนอว่า จะทำให้ ผมก็ไม่คิดว่าจะเป็นที่น่าสนใจสำหรับสื่อ เพราะผมพูดไปด้วยความปรารถนาดี ว่ามันไม่มีอะไรเสียหาย เพราะคนทำงานได้รับผลตอบแทน มันเป็นเรื่องปกติของการเมือง ยกเว้นคุณเห็นว่า โจ๊กน่ารังเกียจ ในช่วงนี้ เพราะที่ผ่านมาโจ๊กเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องตั๋วช้าง เรื่องสแกมเมอร์ เรื่องเทาอื่นๆ คุณก็รู้ว่า โจ๊กเขามีข้อมูลมากที่สุด เขาพร้อมจะให้คุณมากที่สุด ไม่มีตำรวจคนใด กล้าให้ข้อมูลนี้กับพรรคส้ม เมื่อมองไปในทีมก็ไม่มีใคร อย่างเก่งก็ยศ "พ.ต.ท."
"ผมรักส้ม แต่เมื่อคุณทำผิดพลาด ประเด็นเลือกอนุทิน เอาคะแนนที่ผมโหวตให้ ไปยกให้คุณอนุทิน โดยคิดว่าอนุทิน ที่คุม สว.อยู่ จะแก้ไขปัญหาเรื่อง สว. ให้คุณ นี่มันเป็นเรื่องของอำนาจ การเมือง จะบอกว่าคุณซื่อ คุณใส ไม่ได้ ในเมื่อเรื่องของอำนาจ เป็นการแย่งชิง ฉกฉวย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ" นายชูวิทย์ กล่าว
จากนั้น นายชูวิทย์ ได้เปิดแชตไลน์ให้ดู เพื่อแสดงให้เห็นว่า คุณแดงกับผม เป็นกัลยาณมิตร กันมา 30 ปี กินเหล้าด้วยกัน รู้จักกันมาตั้งแต่อเมริกา แต่ไม่ได้หมายความว่า ผมมีอุดมการณ์เดียวกัน และคุณแดงจะมาบังคับผมให้คิดแบบเดียวกัน พร้อมย้อนถามวิโรจน์ ว่าสามารถบอกเพื่อนให้คิดแบบเดียวกันได้หรือไม่ สิ่งที่คุณกำลังตอบโต้ผม มันเป็นการเมืองแบบเก่า
นายชูวิทย์ บอกรายละเอียดในแชตไลน์ ว่าตนเองทักทายคุณแดงมาตลอด ปีใหม่ สงกรานต์ แต่เขาไม่เคยตอบรับ ผมถือว่าเป็นคนมีน้ำใจ แม้เขาไม่เคยอ่าน ก็ส่ง ผมถือว่าเป็นมิตร และไม่เคยคุยกันเกี่ยวกับการเมือง แต่ย้อนไปเมื่อปี 2566 ผมไปชูมือให้คุณพิธา และคุณแดงยังมีอำนาจอยู่ แกไม่เคยมาบอกผม จนกระทั่งผมลาตายเขา เขาตอบกลับมาว่า เขาหวังว่าเราจะได้เจอกันอีก "คำว่ามิตรภาพ มันเหนือการเมือง"
นายชูวิทย์ ย้ำเจตนารมณ์ เปิดสงครามการสั่งสอน คุณจะได้รู้ว่านี่คือโลกของการเมือง เพื่อทำให้ประชาชน ตื่นจากภวังค์ เลิกวิธีการแบ่งแยก แล้วคุณจะได้ความเจริญ คุณเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ประเทศไทยแก้ไปแล้ว 20 ครั้ง แล้วประชาชนรวยจริง ป่านนี้คนไทยรวยมหาศาลแล้ว แก้เยอะมาก ใครอยากจะมีอำนาจก็ไปแก้ ส่วนใครว่าผมไปว่าพรรคส้มเลว "ผมสาปแช่ง ขอให้มันตายโหงตายห่า ถูกรถชนตาย โดยเฉพาะไอ้ตือโป๊ยก่าย" พร้อมย้ำว่า พรรคส้มอย่าเข้าใจผมผิด ผมต่อต้านคุณเฉพาะครั้งนี้ เหตุผลเพราะคุณกระทำผิด เอาคะแนนของประชาชนที่โหวตคุณ ไปให้คนอื่น และไปทำให้เขาเติบโต
"คุณบอกต้องการทำลายระบบ ทำเพียงสมัยเดียวไม่ได้ ต้องใช้เวลา และเวลายังอีกเยอะ เพราะการเปลี่ยนแปลงอะไรกะทันหัน ในประเทศไทย คุณไม่เคยเปลี่ยนได้ ถ้าเปลี่ยนได้จริงอย่างที่คุณพูด สร้างฝัน มันเปลี่ยนไปนานแล้ว ความเปลี่ยนแปลงของคุณ มันรุนแรง เฉียบขาด รวดเร็วเกินไป กับคุณวิโรจน์ พรรคส้ม รักกัน แต่ครั้งนี้ผมไม่เลือก แค่นั้นเอง ผมไม่ได้บอกให้คุณไปเลือกพรรคไหน หรือไปใส่ร้ายป้ายสี" นายชูวิทย์ กล่าว
นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า ผมไม่ได้ขัดขวาง ถ้าพรรคส้มเป็นรัฐบาลได้ ถือว่าเป็นส้มที่ยังไม่สุก แล้วคุณไปกินก่อน เชื่อว่าพรรคส้มจะทำงานในรัฐบาล บริหารงานไม่ได้ดี เหมือนส้มไม่ได้เวลากิน คุณไปเด็ดมากิน มันก็เปรี้ยว รอให้สุกก่อน โอกาสหน้ายังมี



