
จับแล้ว! พนักงานขโมยทอง โรงรับจำนำเทศบาลนครตรัง เปิดคำสารภาพ
จับแล้ว! พนักงาน ไขเซฟนิรภัย ขโมยทองจากโรงรับจำนำ "เทศบาลนครตรัง" กว่า 100 บาท เปิดคำสารภาพ
9 ม.ค. 2569 ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ร่วมกันจับกุม นายนิพิฐพนธ์ หรือ "หนึ่ง" อายุ 42 ปี พนักงานรักษาของ สถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง (โรงรับจำนำ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง ที่ 11/2569 ข้อหา "ลักทรัพย์ของผู้อื่น ในสถานที่ราชการ ที่เป็นของนายจ้างหรืออยู่ในความครอบครองของนายจ้าง โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป"
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเกิดเหตุทรัพย์สิน โดยเฉพาะทองคำหลายรายการสูญหายจากตู้เซฟนิรภัยของสถานธนานุบาลเทศบาลนครตรัง ตำรวจได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ ตั้งแต่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. นายนิพิฐพนธ์ ยอมรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ก่อเหตุลักทรัพย์ดังกล่าวจริง จึงนำไปสู่การออกหมายจับดังกล่าว
โดยช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ชุดสืบสวน สภ.เมืองตรัง ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.ตรัง นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจยึดทองคำ ประมาณ 31 รายการ น้ำหนักประมาณ 52 บาท คิดเป็นมูลค่ากว่า 3,381,104.48 บาท ซุกซ่อนไว้ในห้องเก็บของชั้น 4 ของโรงรับจำนำ เพื่อรอทยอยนำออกไปจำหน่าย
และช่วงเที่ยงวันนี้ ยังไปตรวจยึดทองคำเพิ่มเติมอีกประมาณ 40 บาท มูลค่าราว 2,600,849.60 บาท ซึ่งผู้ต้องหานำไปฝากเอาไว้กับคนรู้จัก รวมสามารถติดตามทรัพย์สินเป็นทองคำกลับคืนมาได้แล้วน้ำหนักประมาณ 92 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5,981,954.08 บาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีทรัพย์สินเป็นทองคำ ประมาณ 200 บาท กว่า 13 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาให้การอ้างว่า นำไปตระเวนขายและจำนำแลกเป็นเงินแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างติดตามกลับคืนมา ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัว ผู้ต้องหามีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ตอบคำถามใดๆ ของผู้สื่อข่าว
ทั้งนี้ จากแนวทางการสอบสวน ทราบว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ช่วงระยะเวลาหนึ่ง นำเงินที่ได้ไปใช้หนี้จากการเล่นพนัน ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหามีการนำทองของประชาชนออกไปจำนำตามร้านต่าง ๆ ก่อนจะไปไถ่ถอนกลับนำกลับคืนมาไว้ที่เดิม ลักษณะนำเงินไปใช้หมุนเวียน ก่อนจะมาความแตก เพราะเจ้าของทองคำมาไถ่ถอน แต่กลับไม่มีทรัพย์สินดังกล่าวอยู่ในตู้เซฟนิรภัยแล้ว
จากข้อมูลเบื้องต้น ทองคำที่สูญหายจากตู้เซฟนิรภัยคาดว่ามีน้ำหนักรวมมากกว่า 100 บาท หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยืนยันตัวเลขที่แน่ชัด
สำหรับพฤติกรรมการก่อเหตุ พบว่า ตู้เซฟนิรภัยของโรงรับจำนำ มีผู้ถือกุญแจจำนวน 2 คน ได้แก่ ผู้จัดการสถานธนานุบาล และผู้ต้องหา ซึ่งถือกุญแจคนละดอก โดยการเปิดตู้เซฟต้องใช้กุญแจทั้งสองดอกพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม พบว่ากุญแจที่อยู่ในการครอบครองและการรักษาของผู้จัดการ ผู้ต้องหาสามารถนำมาใช้เปิดตู้เซฟได้เช่นเดียวกัน ซึ่งรายละเอียดจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ด้าน นายแพทย์รักษ์ บุญเจริญ นายกเทศมนตรีนครตรัง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ามีทองคำสูญหายไปหลายรายการ แต่ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงได้ แต่มีความเสียหายเกิดขึ้นเล็กน้อย เทศบาลสามารถรับผิดชอบได้ พร้อมยืนยันว่า เทศบาลนครฯ จะชดเชยให้แก่ประชาชนที่ทรัพย์สินสูญหายอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวล เนื่องจากเทศบาลฯ มีงบประมาณในการดำเนินงานของสถานธนานุบาลนับร้อยล้านบาท และสถานธนานุบาล จะกลับมาเปิดให้บริการตามปกติภายในสัปดาห์นี้



