ข่าว

ดร.เอ้ ดันแก้กม. "จัดการภัยพิบัติ" แก้น้ำท่วมยั่งยืน จี้รัฐเลิกจ่ายงบเยียวยาซ้ำซาก

ดร.เอ้ ดันแก้กม. "จัดการภัยพิบัติ" แก้น้ำท่วมยั่งยืน จี้รัฐเลิกจ่ายงบเยียวยาซ้ำซาก

08 ม.ค. 2569

พรรคไทยก้าวใหม่ เล็งรื้อกฎหมายภัยพิบัติ! สับเละระบบเตือนภัยช้า ทำหาดใหญ่จม-เศรษฐกิจพัง ชี้บทเรียนปี 54 ถึงปัจจุบัน ลงทุนระบบป้องกันคุ้มกว่าจ่ายเยียวยาซ้ำซาก

8 ม.ค. 2569 ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาภัยพิบัติต่างๆที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยว่า เป็นเรื่องใหญ่ที่พรรคไทยก้าวใหม่ให้ความสำคัญ เพราะที่ผ่านมาประชาชนประสบปัญหาภัยพิบัติอย่างหนัก 

 

ที่เห็นความล้มเหลวอย่างชัดเจนคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ เกิดการสูญเสียอย่างรุนแรง เพราะความผิดพลาดทั้งการเตือนภัย การป้องกัน การช่วยเหลือและเยียวยา โดยเฉพาะเรื่องการเตือนภัยที่ถ้าใช้ระบบที่ดีจะสามารถเตือนล่วงหน้าได้ถึง 5 วัน

 

ดร.เอ้ ดันแก้กม. "จัดการภัยพิบัติ" แก้น้ำท่วมยั่งยืน จี้รัฐเลิกจ่ายงบเยียวยาซ้ำซาก

ในส่วนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการรับมือภัยพิบัติ พรรคไทยก้าวใหม่ ต้องการให้ระบุชัดเจนในรัฐธรรมนูญว่า การจัดการภัยพิบัติและการเยียวยาต้องเป็นหน้าที่ของรัฐโดยตรง ไม่ใช่เพียงภารกิจชั่วคราวของแต่รัฐบาลเท่านั้น ซึ่งหากเพิ่มในรัฐธรรมนูญหมวดที่ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ว่า รัฐต้องมีหน้าที่ในการจัดการปัญหาภัยพิบัติ หากเกิดความผิดพลาดในการรับมือภัยพิบัติจนเกิดความสูญเสียต่อประชาชน ก็สามารถฟ้องร้องเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐได้ ซึ่งจะทำให้ระบบป้องกันภัยพิบัติรัดกุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ยกตัวอย่าง กรณีน้ำท่วมเมื่อปี 2554 น้ำท่วมลงมาที่ภาคกลางเราสูญเสียประมาณ 1.4 ถึง 1.6 ล้านล้านบาท และจากปี2554 ถึง ปี 2569 น้ำท่วมปีเว้นปี หรือน้ำท่วมทุกปีมูลค่ารวมความสูญเสียมากกว่าล้านๆบาท ดังนั้นจากปี 2554 ถึงปัจจุบันมูลค่าการสูญเสียมากกว่า 2.5 ล้านล้านบาท
 

ซึ่งรัฐต้องจ่ายงบชดเชยเยียวยาทุกปีและด้วยงบขนาดนี้ เราสามารถทำระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างเต็มระบบได้นับสิบครั้งเลย  นี่ยังไม่รวมการเสียชีวิตจากภัยพิบัติ ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ดังนั้น การลงทุนในโครงการป้องกันยังไงก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ต้องไม่ลืมด้วยว่าภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่มีน้อยลงมีแต่เพิ่มความรุนแรงขึ้น และจะสร้างความเสียหายมากขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว 


สำหรับวิกฤตน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากไม่ได้เป็นเพียงภัยธรรมชาติ แต่คือโจทย์ใหญ่ที่สะท้อนว่า “ระบบการจัดการของรัฐ”  ต้องได้รับการยกระดับ ไม่ควรมองแค่การเยียวยาหลังน้ำลด แต่ต้องมองไปถึงการวางรากฐานเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ

 

ดร.เอ้ สุชัชวีร์ ระบุว่า ไทยก้าวใหม่เชื่อมั่นว่า “กฎหมายบริหารจัดการภัยพิบัติ” คือกลไกสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของหน่วยงานภาครัฐมีความเป็นเอกภาพ รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเผชิญกับความสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไทยก้าวใหม่พร้อมผลักดันนโยบายที่ใช้ความรู้ทางวิศวกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเปลี่ยนเมืองไทยให้ปลอดภัยจากน้ำท่วมอย่างยั่งยืน 

 

ดร.เอ้ ดันแก้กม. "จัดการภัยพิบัติ" แก้น้ำท่วมยั่งยืน จี้รัฐเลิกจ่ายงบเยียวยาซ้ำซาก ดร.เอ้ ดันแก้กม. "จัดการภัยพิบัติ" แก้น้ำท่วมยั่งยืน จี้รัฐเลิกจ่ายงบเยียวยาซ้ำซาก