
อดีตผู้สมัครทูตสหรัฐฯในไทยเล่นใหญ่! ร้อง ‘ทรัมป์’ อ้างไทยถล่มเขมร เรียกค่าฟื้นฟูโหด 9.4 ล้านล้าน
อดีตผู้สมัครทูตสหรัฐฯในไทยเล่นใหญ่! ร้อง "ทรัมป์" อ้างไทยถล่ม "เขมร" เรียกค่าฟื้นฟูโหด 9.4 ล้านล้าน กล่าวหาทหารไทยปฏิบัติการโหด ถล่มลึก 60 ไมล์-พังมรดกโลก
คมชัดลึก เกาะติดสมรภูมิเดือดริมชายแดน! เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวสุดร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อเพจ “Leewood Phu” ของ นายลีวูด ภู อดีตผู้สมัครทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ได้เปิดเผยจดหมายเปิดผนึกถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ภายใต้หัวข้อชวนตะลึง “การฟื้นฟูประเทศกัมพูชาหลังการรุกรานของไทยในปี 2025” ซึ่งเนื้อหาภายในมีลักษณะโจมตีการปฏิบัติทางทหารของฝ่ายไทยอย่างรุนแรง กล่าวหาทหารไทยปฏิบัติการโหด บุกลึกดินแดนกัมพูชา-บอมบ์โรงพยาบาล-ทำลายโบราณสถานมรดกโลก เรียกค่าเสียหายจุกๆ อ้อนผู้นำพญาอินทรีส่งยักษ์ก่อสร้างอเมริกันช่วยฟื้นฟู ชู ‘ทรัมป์’ เหมาะสมรางวัลโนเบลสันติภาพ
ใส่ไฟ ‘ไทยรุกราน’ บอมบ์พื้นที่พลเรือน ในจดหมายระบุข้อกล่าวหาว่า ความขัดแย้งชายแดนในปี 2568 ได้บานปลายเป็นความรุนแรง โดยอ้างว่ากองทัพไทยรุกล้ำอธิปไตยกัมพูชาลึกเข้าไปถึง 60 ไมล์ (ประมาณ 96 กิโลเมตร) พร้อมระดมโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายที่ไม่ใช่จุดยุทธศาสตร์ทางการทหาร แต่เป็นโรงพยาบาล โรงเรียน ศาสนสถาน และมรดกโลกที่ทรงคุณค่า
เรียกค่าเสียหายมหึมา 9.4 ล้านล้านบาท! นายลีวูดได้ประเมินตัวเลขความเสียหายเบื้องต้นอย่างน่าตกใจ โดยเรียกร้องงบประมาณฟื้นฟูสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.4 ล้านล้านบาท เพื่อนำมาซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่พังทลาย พร้อมเสนอให้ประธานาธิบดีทรัมป์แนะนำบริษัทรับเหมาก่อสร้างระดับบิ๊กของสหรัฐฯ เข้ามาผูกขาดงานฟื้นฟูประเทศครั้งใหญ่ครั้งนี้
‘โนเบลสันติภาพ’ อ้อนผู้นำพญาอินทรี ที่น่าจับตาคือการสอพลอทางการเมือง โดยนายลีวูดเริ่มต้นจดหมายด้วยการยกยอทรัมป์ว่าเป็นผู้กอบกู้ความสงบสุขชายแดนไทย-กัมพูชา และสมควรได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จากความพยายามลดความตึงเครียดในภูมิภาคนี้
สัญญาณเตือน ‘สงครามข้อมูลข่าวสาร’? อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงของไทยยังคงยืนยันหนักแน่นว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องอธิปไตยตามหลักสากล ขณะที่นักวิเคราะห์มองว่าจดหมายฉบับนี้อาจเป็นเพียงความพยายามสร้างกระแส Information Operation (IO) เพื่อดึงสหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงและสร้างภาพลบให้กับประเทศไทยในเวทีโลกขณะนี้ทำเนียบขาวและรัฐบาลไทยยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการต่อจดหมายร้องเรียนดังกล่าว แต่คาดว่าจะเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านกลับมาคุกรุ่นอีกครั้งในช่วงต้นปีนี้!



