
"หมอเดว" เตือนดราม่าจับสลาก ป.2 ชี้กติกา 100 บ. ตอกย้ำเหลื่อมล้ำ สร้างแผลใจเด็ก
หมอเดว ชวนสังคมตั้งคำถาม "ความสนุกที่ไม่ได้สาระ" วัดค่าคนด้วยสิ่งของอาจสร้างบาดแผลลึกถึงอนาคต เสนอครูให้เด็กประดิษฐ์ของขวัญเองเพื่อสร้างมูลค่สทางใจ
จากดราม่า ผู้ปกครองโวยกลางไลน์กลุ่มชั้น ป.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ถึงกรณี
จับสลากของขวัญปีใหม่ เนื่องจากครูตั้งกติกาของขวัญขั้นต่ำ 100 บาท แต่ลูกของผู้ปกครองรายนี้จับได้ในราคาถูกกว่ากติกาที่ตั้งไว้ ได้รูบิก ราคา 20 บาท จึงเกิดความไม่พอใจรูบิก ขณะที่ผู้ปกครองนักเรียนอีกฝ่าย ออกมาขอโทษพร้อมบอกเหตุผล "ปลายเดือนเงินใช้จ่ายไม่พอ ต้องรอเงินเดือนออก เดี๋ยวจะเพิ่มมูลค่าของขวัญให้ภายหลัง"
ล่าสุด รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หรือ หมอเดว ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และอดีตผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุถึงจะมีบาดแผลใจไหม (#บันทึกหมอเดว 2569)
ขอตอบว่า ประเด็นการจับฉลากของขวัญ โดยกำหนด วงเงิน 100 บาท ให้กับเด็กๆ อาจจะไม่เหมาะสมเพราะสถานะ แต่ละคนไม่เหมือนกัน และ บนความคาดหวังของเด็กๆ บวกกับอาจจะมีพ่อแม่ผสมโรงเข้ามาด้วย กลายเป็นความ #สนุกสนานที่ไม่ได้สาระการเรียนรู้ ใดๆเลย เพิ่มค่านิยมวัตถุนิยม บริโภคนิยม โดยไม่รู้ตัว
คุณครู หากพลิกวิธีคิดสักนิด เปลี่ยนเป็น ให้แต่ละคน ลองใช้วิธีคิดประดิษฐ์ วาดรูป หรือหัตถกรรมจากสิ่งที่มีในบ้าน ตามสิ่งที่ตนเองถนัด บวกกับ การมอบให้กันและกันแบบง่ายๆ หรือมอบให้ส่วนกลาง (ไม่มีแรงกดดันเรื่องกำหนดราคา) สร้างทักษะความพึงพอใจโดย
ตอนท้ายกิจกรรมให้เพื่อนๆ ผลัดเปลี่ยนกันชื่นชมให้กำลังใจกันและกัน สะท้อนความหมายและความตั้งใจ ในสิ่งของที่ทำเพื่อมอบ แบบง่ายๆ สบายๆ หรือดีไม่ดี รวมกลุ่มกันทำความดี มอบให้คนที่ลำบากยากไร้ จะแปรมูลค่าทางจิตใจ ทั้งผู้ให้ และผู้รับได้เป็นอย่างดี
คุณครูชวนเด็กๆ สะท้อนเหลาความคิด ไม่ยึดติดกับวัตถุ หรือ ค่านิยมกำหนดราคาแบบเดิมๆ แบบ ต้องมีราคา เอาออกไป และรู้คุณค่าทั้งสิ่งที่ทำ วิธีการในการมอบให้ และ สะท้อนความรู้สึกดีๆของผู้ให้ ผู้รับ เพียงเท่านี้ จะกลายเป็นความ สนุกสนานที่มีสาระการเรียนรู้ทันที
กรณีเคสที่เกิดขึ้น
สำหรับพ่อแม่ กรณีที่เกิดขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลใจทั้งสองฝ่าย
ประเด็นแรก พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายตั้งสติกันก่อน หยุดการวิพากษ์วิจารณ์กัน แล้วใช้คำถามปลายเปิด ตอนนี้ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง เราจะจัดการความรู้สึกนี้ออกไปอย่างไรดี ให้ทุกคนสบายใจ
แม่ชวนลูก ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่นะ ถ้าเราชวนกันบริจาคของเหล่านี้ ให้เป็นกองกลาง เผื่อทางโรงเรียนจะเอาไปใช้ประโยชน์ เป็นตัวอย่างที่ดีแก่เพื่อนๆ น้องๆ ลูกคิดว่าอย่างไรบ้าง พยายามชวนให้เห็นคุณค่ามิตรภาพ การเป็นผู้ให้ ดีกว่า การแลกของโดยการลุ้นจับฉลาก โปรดสลายมายาคติการจับฉลากชิงโชคลุ้น เพื่อได้ของจะดีกว่า
เพราะถ้าพ่อแม่ให้น้ำหนักสนใจกับราคา และจริงจัง serious มาก ลูกจะค่อยๆซึมซับพฤตินิสัยไปโดยไม่รู้ตัว ในประเด็นยึดติดวัตถุนิยมมากขึ้น ไม่เข้าใจคุณค่าการให้ เสียดายโอกาส และอาจจะติดตัวไปตลอดเมื่อเติบโต
ในขณะที่ฝ่ายที่ให้ในราคาที่ต่ำกว่า นอกจากจะนำพามาสู่ความเสียใจของเด็ก ไม่ถอดรหัสตรงนี้ดีๆก็อาจจะกลายเป็นปมด้อยของลูก (หากไม่ถูก bully ซ้ำ ก็คงจะค่อยๆดีขึ้น แต่ถ้าถูก Bully ซ้ำ ก็จะกลายเป็นบาดแผลใจในที่สุด)
ฝากสู่คุณครูและพ่อแม่ที่รัก !!!!!!! เรามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบัติ ใช้เทคนิค สะท้อนความรู้สึก สะท้อนคิด เปลี่ยนมุมมองของเด็ก จากลบให้เป็นบวกกันเถอะครับ
เปลี่ยนเกมแข่งขัน เปรียบเทียบในรั้วโรงเรียนได้ จะดีมาก เพราะความเหลื่อมล้ำทางสังคม ขณะนี้ พ่อแม่หลายคนก็เจ็บปวดอยู่แล้วในสถานการณ์เช่นนี้ และเรามาร่วมกันทำให้โรงเรียน เป็นแหล่งบ่มเพาะ คุณธรรมด้วยวิถีปฏิบัติ ดีกว่า คุณธรรมแบบท่องจำ สักทีเถอะ



