
สรุป 7 วันอันตราย "ปีใหม่ 2569" ประเดิมวันแรก เสียชีวิตแล้ว 29 ราย
ศปถ.รายงานตัวเลข 7 วันอันตราย "ปีใหม่ 2569" ประเดิมวันแรก ดับแล้ว 29 ราย "ขับรถเร็วเกินกำหนด" สาเหตุอันดับ 1
31 ธ.ค. 2568 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายคุมเข้มความปลอดภัยทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ภายใต้ชื่อ "ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ"
โดยวันที่ 30 ธันวาคม 2568 เป็นวันแรกของการควบคุมเข้มข้น ซึ่งจากสถิติข้อมูล มีอุบัติเหตุเกิด 198 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 190 คน ผู้เสียชีวิต 29 ราย สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 41.92 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 20.20 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 18.69
ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 71.79
พฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ การไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 55.71 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 87.37 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 43.94
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เวลา 18.01 – 21.00 น. ร้อยละ 18.69 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30 - 39 ปี โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงรายและภูเก็ต จังหวัดละ 11 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร จำนวน 3 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต จำนวน 12 คน
สำหรับวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่ได้เดินทางกลับถึงภูมิลำเนาแล้ว บางส่วนยังอยู่ระหว่างเดินทาง และมีการเดินทางไปเฉลิมฉลองในพื้นที่ต่าง ๆ ศปถ. จึงได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานคร บูรณาการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ประชาชน โดยกำชับให้ตรวจตราผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเข้มข้น ทั้งการขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด การดื่มแล้วขับ การไม่สวมหมวกนิรภัย และการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย พร้อมตรวจสอบผู้ที่ยังตกค้างในสถานีขนส่งให้สามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ให้เร่งระบายการจราจรรถทั้งขาเข้าและขากลับ โดยนำเทคโนโลยีโดรนมาตรวจสอบสภาพการจราจรและวางแผนการทำงาน รวมถึงคืนพื้นที่ผิวเส้นทางจราจรในหลายจุดตามเส้นทางสายหลักเพื่ออำนวยความสะดวกและลดความสูญเสียและอันตรายจากอุบัติเหตุ
รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมสำรวจจุดเสี่ยงและกำหนดมาตรการ รวมถึงกวดขันจับกุมความผิด 10 ข้อหาหลัก (10 รสขม) สำหรับการบริหารจัดการเส้นทางได้ตำรวจ/พื้นที่ใช้กรวยจราจรเป็นระยะทางและตั้งไฟแจ้งเตือน เพื่อเป็นจุดสังเกตแก่ประชาชนว่ามีจุดบริการ/ด่านชุมชน ส่วนบริเวณเกาะสีและจุดกลับรถหากมีการปิดจุดดังกล่าว ให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ พร้อมจัดทำป้ายเตือน ไฟส่องสว่างให้ชัดเจน รวมถึงใช้รถตำรวจจอดบริเวณจุดเสี่ยงเพื่อกระตุ้นให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว
สำหรับประชาชนผู้ขับขี่ยานพาหนะ ต้องเตรียมรถให้ปลอดภัย เตรียมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมเส้นทางให้ปลอดภัย และเตรียมอารมณ์ในการขับขี่ ซึ่งจะช่วยให้การสัญจรบนท้องถนนในระยะนี้เป็นไปอย่างสะดวกปลอดภัย



