
น้ำท่วมอ่วมใต้ สาหัส 1.9 ล้านคน ระทม! "หาดใหญ่" หนักสุดรอบ 25 ปี รัฐบาลช่วยอะไรบ้าง?
25 พ.ย. 2568
วิกฤตจมบาดาล! ภาคใต้สาหัส 1.9 ล้านคน ระทม! "หาดใหญ่" หนักสุดรอบ 25 ปี ตอกย้ำความสูญเสีย! รัฐบาลเคาะเงินเยียวยาสูงสุด 20,000 บาท ต่อครัวเรือน!
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยยังคงอยู่ในขั้นวิกฤตและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยข้อมูล ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 (ข้อมูลอ้างอิง) พบว่ามีพื้นที่ประสบภัยรวม 10 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, กระบี่, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ตรัง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส
- ผู้เดือดร้อนมหาศาล: ประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 719,858 ครัวเรือน หรือประมาณ 1.9 ล้านคน
- ความสูญเสีย: มีรายงานผู้เสียชีวิตหลายรายในหลายจังหวัด เช่น พัทลุงและปัตตานี จากการจมน้ำ และยะลา/นราธิวาสจากเหตุการณ์ดินไหลทะลัก ซึ่งสร้างความสะเทือนใจอย่างยิ่ง
- พื้นที่วิกฤต: โดยเฉพาะที่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบอย่างหนักที่สุดในรอบหลายปี บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร การคมนาคมขนส่งถูกตัดขาด และนักท่องเที่ยวต้องทยอยอพยพเนื่องจากไฟฟ้าและน้ำประปาถูกตัดขาด
มวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่ในวงกว้างได้สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล
- การคมนาคม: ทางหลวงและเส้นทางรถไฟหลายขบวนต้อง งดการเดินรถ ทำให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก
- เศรษฐกิจพัง: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยประเมินว่า สถานการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่ วันละ 1,000 - 1,500 ล้านบาท
- ปัญหาด้านสาธารณสุข: โรงเรียน วัด สถานที่ราชการ รวมถึงหน่วยบริการทางการแพทย์หลายแห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ ต้องตั้งจุดบริการชั่วคราวแทน
- ความช่วยเหลือไม่ทั่วถึง: ยังมีรายงานว่าประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถูกตัดขาด ยังไม่ได้รับอาหารและน้ำดื่มที่เพียงพอ
รัฐบาลได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานระดมความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยมีมาตรการสำคัญเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน:
- การปฏิบัติการกู้ภัย (ปภ.): กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกองทัพ ได้ระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ เรือท้องแบน รถผลิตน้ำดื่ม และรถประกอบอาหาร พร้อมจัดตั้ง โรงครัวพระราชทาน/โรงครัวสนาม และสถานที่พักพิงชั่วคราวเพื่อเร่งอพยพและให้ความช่วยเหลือ
- เงินเยียวยาฉุกเฉิน: คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในอัตรา เริ่มต้นครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับทุกหลังคาเรือนที่เข้าเกณฑ์
- เพิ่มเงินเยียวยากรณีน้ำท่วมขังนาน: มีมติเพิ่มเงินเยียวยาแบบขั้นบันไดสำหรับพื้นที่ที่น้ำท่วมขังต่อเนื่อง โดยสูงสุดถึง 20,000 บาท ต่อครัวเรือน (หากน้ำท่วมขังเกิน 121 วันขึ้นไป) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเหมาะสม
- การสั่งการของนายกรัฐมนตรี: นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่เยี่ยมผู้ประสบภัย และสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายและจ่ายเงินเยียวยาให้รวดเร็วที่สุด โดยมีการจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.) เพื่อบูรณาการการช่วยเหลือทุกฝ่าย



