
จากใจ "นักรบ" ในวันที่รอดกลับมาได้ เข้าใจคำว่า "เสียสละ"
KEY
POINTS
กองบัญชาการกองทัพไทย Royal Thai Armed Forces Headquarters โพสต์เรื่องราวของ ร้อยตรี ธนาวุธ เวชสงเคราะห์ ทหารแนวหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ช่องอานม้า จนได้รับบาดเจ็บ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
"สารจากนักรบ"
บทความนี้อาจจะยาวสักหน่อยนะครับ กระผม ร้อยตรี ธนาวุธ เวชสงเคราะห์
ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก กองร้อยอาวุธเบา กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 61 และนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 72
สมัยผมเป็นนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ผมเคยได้รับฟังคำสอนมากมายสมัยเป็นนักเรียน แต่ตอนนั้นผมเองได้แค่ฟัง แต่ก็ยังไม่เคยเข้าใจ จนวันนึงที่ผมต้องพาลูกน้องตบเท้าเข้าสนามรบ ทำให้ผมนั้นได้เข้าใจอะไรหลายอย่างอย่างลึกซึ้ง ผมได้เข้าใจความหมายของคำว่า "เสียสละ" ซึ่งมีค่ามากกว่าคำว่า "หน้าที่" เมื่อเราต้องไปเผชิญความเหนื่อยยากลำบากหรือภัยอันตราย ที่ทั้งรู้ว่าอาจจะเกิดการสูญเสียหรือทุพพลภาพ เราสามารถตัดสินใจได้ว่าเราจะไปหรือไม่ไป เราสามารถละทิ้งหน้าที่ได้ด้วยการหนีหรือถอยหลังกลับ แต่เมื่อเราตัดสินใจที่จะไปนั่นคือ "เสียสละ"
คำว่า "กล้าหาญ" คือ การตัดสินใจไม่ใช่ผลการปฏิบัติ เพราะเมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว รู้ว่าเรากำลังจะไปตายหรือสูญเสียแต่เราก็ยังคงจะไปไม่ว่าผลการปฏิบัติจะเป็นอย่างไร ตอนนั้นคุณคือคนที่กล้าหาญ
ความอุ่นใจเกิดขึ้น เมื่อในสนามรบไม่มีเราคนเดียวแต่มีกำลังพล นายสิบ น้องพลทหาร ที่อยู่เคียงข้าง ดังนั้นเราต้องรักเขาเหมือนที่เรารักชีวิตตัวเอง เราเป็นผู้นำในตำแหน่งได้ แต่ลูกน้องจะตามหรือไม่ตามเรานั้นมันอยู่ที่ "ความเชื่อมั่น" ดังนั้นความเป็นผู้นำมีความหมายและจิตวิญญาณที่ลึกซึ้ง
เหมือนที่พี่บุ๊คบอก (ร้อยตรี เกียรติวงศ์ สถาวร) ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จนได้สูญเสียขาจากการเหยียบกับระเบิด เพื่อเจาะทางในการยึดพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย "ถ้าเราไม่เข้าลูกน้อง ก็ไม่ตามถ้าลูกน้อง ไม่ตามภารกิจก็ไม่สำเร็จ" แต่ความจริงแล้ว แม้เราจะเข้าแต่ลูกน้องก็เลือกได้ที่จะไม่ตามเรา แต่ที่ลูกน้องเขาตามเราเพราะเขาเชื่อมั่นในตัวของผู้นำ
เมื่อเราตัดสินใจตบเท้าออกจากบังเกอร์หรือที่มั่นหรือผ่านแนวลวดหนามฝ่ายเราออกไป เข้าในพื้นที่ของอริราชศัตรู เราได้ทำใจ และเตรียมตัวที่จะตายไปแล้ว 100% ถ้าพิการหรือรอดกลับมาคือ กำไรและความโชคดี
เหรียญเชิดชูเกียรติและเหรียญกล้าหาญ จริง ๆ แล้วไม่ได้มีค่ากับคนที่เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเขาคงไม่รับรู้ แต่มีค่ากับคนที่สูญเสียอวัยวะร่างกายและครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกครั้งที่เศร้าหรือเสียใจ อย่างน้อยเมื่อมองย้อนมามันคือเครื่องเตือนใจว่า การจากไปหรือความสูญนี้ เพื่อประเทศชาติ ซึ่งเต็มไปด้วยความกล้าหาญและเสียสละ ความทุกข์ความเศร้านั้นก็จะเบาบางลง (คนที่ออกไปรบจริงๆ ผมเชื่อว่าจะคิดเหมือนผมทุกคนนะครับ ไม่อยากได้เงิน 10 ล้านหรือเหรียญกล้าหาญอะไรหรอกขอแค่เราไปทำภารกิจเพื่อประเทศชาติให้สำเร็จ และรอดปลอดภัยกลับมาหาครอบครัวมีค่ามากกว่า) เพราะผมรอดจากเหตุการณ์ปะทะที่ช่องอานม้าคืนวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ก่อนจะยุติการยิงเหมือนผมได้มีชีวิตใหม่ผมจึงมองว่าสิ่งอื่น ๆ เป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย
วันที่ผมกับลูกน้องตัดสินใจจะปฏิบัติหน้าที่ร่วมกัน ผมไม่เคยคิดที่จะไปฆ่าหรือตัดหัวใคร ผมคิดแค่เพียงว่า ผมมาทำหน้าที่ ทหารกัมพูชาบางคนเขาก็มีครอบครัว เขาก็ไม่ได้อยากให้เกิดสงคราม แต่เขาก็ต้องทำตามคำสั่งผู้นำและทำเพื่อประเทศชาติของเขา และทำตามสิ่งที่เขาเชื่อ
"ความสามัคคี" คือหัวใจสำคัญของ "ชัยชนะ" ในการรบปัจจุบันนั้น เราต้องปฏิบัติการทางการเมืองตั้งแต่ระดับรัฐบาล ทางการทหาร การข่าว หรือสิ่งต่าง ๆ ควบคู่กัน ความรักความสามัคคีจึงเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จ ดังนั้นเราต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน การปฏิบัติที่สอดคล้องกัน และไปในทิศทางเดียวกันนั่นคือ "ความสามัคคี"
ผมขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่เป็นแนวหลังที่ส่งกำลังใจให้ทหารไทยพร้อมทั้งช่วยเหลือหรือสนับสนุนทุกสิ่งทุกอย่างในการปฏิบัติหน้าที่ มันคือความสามัคคีและเสียสละที่มีค่ามากกว่าสิ่งใด
การรบย่อมมีการสูญเสียไม่ว่าจะมากหรือน้อยเป็นสิ่งที่ทหารทุกคนรับรู้และเข้าใจแต่ขอให้การสูญเสียนั้นไม่สูญเปล่า ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ส่วนตนของผู้หนึ่งผู้ใด เป็นการสูญเสียเพื่อประเทศชาติและอธิปไตยย่อมเป็นการสูญเสียที่มีคุณค่า สมเกียรติและภาคภูมิใจอย่างสูงสุดของทหาร
“เมื่ออยู่ในสนามรบ ไม่ว่าจะยศอะไร ก็หนึ่งชีวิตเท่ากัน” ทุกชีวิตนั้นมีคุณค่าเพราะทุกคนมีเลือดเนื้อ มีร่างกายและจิตใจและคนที่รักรออยู่ พลทหาร นายสิบ นายร้อย เราฝากชีวิตไว้ด้วยกัน ในการสู้รบเราหวังให้ประเทศชาติสงบสุข รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยได้แผ่นดินที่เคยเป็นของเรานั้นคืนมาปราศจากการรุกราน ดูถูกเอาเปรียบหรือกลั่นแกล้งคนไทย
"แผ่นดิน" คือบ้านหลังใหญ่ที่มีคนไทยอาศัยอยู่ เรามีเกียรติ เรามีศักดิ์ศรี และเราจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกรังแกหรือเหยียดหยาม คำว่า "เอกราช" คือความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน ดังนั้นการที่ทหารได้ตบเท้าเข้าสนามรบคือเกียรติอย่างสูงสุด
ผมตัดสินใจให้ทุกอย่างกับประเทศชาติ และอาชีพที่ผมรักแม้กระทั่งชีวิต ผมให้อะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ผมเสียใจที่ผมพาลูกน้องเข้าไป กลับเป็นผมเองที่รอดกลับมา ผมเสียใจ และร้องไห้ทุกครั้งที่นึกถึงรอยยิ้ม คำพูด ความรักของลูกน้องที่มีต่อผม ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ ทุกความทรงจำ ทุกความรู้สึก ผมจะจดจำมันไปตลอดชีวิตรับราชการ
ผมหวังว่าบทความนี้จะแทนคำขอบคุณและมีประโยชน์ต่อผู้ที่อ่าน และเป็นการสดุดีแก่ผู้ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ขอบพระคุณครับ