
สุดเวทนา "เจ้าดุ๊กดิ๊ก" สุนัขขาเปลี้ย เฝ้าร่างคุณตา วัย 88 ปี หลงป่าเสียชีวิต
สุดเวทนา "เจ้าดุ๊กดิ๊ก" สุนัขขาเปลี้ย นอนเฝ้าร่างคุณตา วัย 88 ปี หลงป่ามันสำปะหลัง เสียชีวิต ท่ามกลางอากาศร้อนจัด
เมื่อเวลาประมาณ 16.40 น. วันที่6 มี.ค. 2568 พ.ต.ท.ทิวา วรรณโกษิตย์ รองผู้กำกับสืบสวน สภ.ครบุรี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิต กลางไร่มันสำปะหลัง ท้ายหมู่บ้านหนองมะค่า หมู่ที่ 9 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่กลางไร่มันสำปะหลัง พบมีเจ้าหน้าที่จากองค์การบริหารส่วนตำบลแชะ อาสาสมัคร และชาวบ้านจำนวนมาก กำลังมุงดูศพของนายนิ่ม อายุ 88 ปี สวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้น กางเกงขาสั้น เสียชีวิตสภาพนอนคุดคู้ ตะแคงตัวไปฝั่งขวา โดยมี "เจ้าดุ๊กดิ๊ก" สุนัขเพศผู้ ขาหลังเปลี้ยอ่อนแรงทั้ง 2 ข้าง นอนเฝ้าศพอยู่ไม่ยอมห่าง แม้ว่าตลอดทั้งวันอากาศจะร้อนจัดเกือบ 38 องศา
และระหว่างทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได่นำศพคุณตาขึ้นรถ เจ้าดุ๊กดิ๊ก ซึ่งกำลังหันไปกินน้ำ เมื่อหันกลับมาไม่เห็นศพคุณตา ก็พยายามเดินดมกลิ่นตามหา เป็นภาพที่จุกอกแก่ผู้ที่พบเห็นอย่างมาก ก่อนที่เวลาต่อมาทางครอบครัวของคุณตา จะพาตัวเจ้าดุ๊กดิ๊กกลับบ้าน
น.ส.ลั่นทม อายุ 43 ปี ลูกสาวผู้ตาย บอกว่า ตนเพิ่งรู้ว่าบิดาหายตัวไป เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. วันที่ 6 มี.ค. 68 หลังจากพี่ชายที่อาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกัน มาแจ้งว่าพ่อน่าจะหายตัวไป เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา ตอนพี่ชายได้กินยาเข้านอนไปแล้ว ส่วนตนเองอยู่บ้านอีกหลัง แต่ไม่ห่างกันมากนัก จึงรีบพากันออกตามหาทั่วรอบบ้านและในหมู่บ้าน แต่ก็ไม่พบตัว ก่อนจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ระดมจิตอาสาช่วยตามหา
ทางเจ้าหน้าที่ อบต.แชะ ช่วยประสานจิตอาสา นำโดรนมาช่วยบินสำรวจทั่วบริเวณ ที่คาดว่าพ่อจะไปตลอดทั้งวัน ก่อนจะพบกับรอยเท้า และร่องรอยการหักต้นมันสำปะหลังเป็นทาง จึงใช้โดรนบินติดตามกระทั่งมาพบ พ่อของตัวเองนอนเสียชีวิตอยู่กลางไร่มันสำปะหลังในที่สุด
น.ส.ลั่นทม บอกอีกว่า พ่อมีโรคประจำตัวทั้งเบาหวาน ความดัน ตามประสาผู้สูงอายุ และเริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ มักจะบอกว่าอยากไปดูที่ทางที่ตัวเองเคยมี ตามจุดต่างๆ แต่ก็ไม่เคยออกไปไกลจากบริเวณบ้าน จนกระทั่งวันนี้คิดว่าพ่อน่าจะเดินออกจากบ้าน เพื่อที่จะไปดูที่ที่เคยเป็นของตัวเอง ซึ่งขายไปนานแล้ว แต่เกิดหลงทาง ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด และมีโรคประจำตัว จึงเป็นเหตุให้หมดแรงเสียชีวิตดังกล่าว
นายบุญชอบ งบกระโทก ผู้ใหญ่บ้านหนองมะค่า บอกว่า ได้รับแจ้งจากลูกบ้านว่าผู้ตายได้หายออกจากบ้าน ไปตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. จึงได้ประชาสัมพันธ์เสียงตามสายเพื่อระดมชาวบ้านมาช่วยกันตามหา พร้อมกับประสานจิตอาสาที่มีโดรนมาช่วยบินตามหาตลอดทั้งวัน จนพบรอยเท้าที่คาดว่าน่าจะเป็นของผู้ตาย เดินเข้าไปในป่ามันสำปะหลัง พร้อมกับมีรอยการหักต้นมันสำปะหลังเป็นทาง จึงติดตามมาเรื่อยๆ กระทั่งมาพบศพ โดยมีสุนัขที่ผู้ตายเลี้ยงไว้ เฝ้าศพอยู่อย่างน่าเวทนา
ซึ่งคิดว่าผู้ตายน่าจะหลงทางและเกิดอาการอ่อนแรง เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนเสียชีวิต จึงอยากฝากเตือนไปยังประชาชนที่มีญาติผู้สูงอายุที่มีอาการหลงๆ ลืมๆ ให้ดูแลท่านอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์น่าเศร้าเช่นนี้อีก



