ข่าว

สุดสงสาร ลูกสาว 10 ขวบ เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ตาซ้ายบอดสนิท ไม่มีเงินรักษา

สุดสงสาร ลูกสาว 10 ขวบ เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ตาซ้ายบอดสนิท ไม่มีเงินรักษา

02 ส.ค. 2567

แม่สงสารลูกจับใจ ขอความช่วยเหลือ "ปวีณา" หลังลูกสาว 10 ขวบ เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ตาซ้ายบอดสนิท ไม่มีเงินรักษา

2 ส.ค. 2567 เวลา 11.00 น. ที่มูลนิธิปวีณาฯ น.ส.ขวัญตา (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้เป็นแม่ ได้พา “น้องอั้ม” ลูกสาววัย 16 ปี เดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี ร้องทุกข์ โดยสภาพน้องอั้ม ดวงตาซ้ายมืดบอด และดวงตาขวาเลือนลาง เห็นแสงเพียงริบหลี่ สาเหตุจากโรคต้อหิน ต้อกระจก เข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ขอความช่วยเหลือส่งลูกสาวไปรักษา หากยังพอมีหวังขอให้ลูกได้เหลือดวงตาข้างขวาไว้ เพื่อจะได้มองเห็นแสงสว่างในชีวิตอีกครั้ง

 

น.ส.ขวัญตา กล่าวว่า ขณะกำลังตั้งครรภ์น้องอั้มได้เกือบ 7 เดือน แม่กับพ่อทำงานรับจ้างก่อสร้างที่ จ.เพชรบุรี จู่ๆ กลางดึกเกิดเจ็บท้องคลอด เมื่อไปถึงโรงพยาบาลลูกได้คลอดก่อนกำหนด น้ำหนักเพียง 1.2 กก. แพทย์ให้ลูกอยู่ในตู้อบประมาณ 2 เดือน ระหว่างนั้นได้ตรวจพบว่า เด็กมีเส้นเลือดฝอยขึ้นที่ตา 2 ข้างผิดปกติ จึงมีการส่งตัวมารักษาต่อที่กรุงเทพฯ

 

สุดสงสาร ลูกสาว 10 ขวบ เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ตาซ้ายบอดสนิท ไม่มีเงินรักษา

แพทย์ได้ทำการยิงเลเซอร์ให้น้องตั้งแต่อายุ 2 เดือน จากนั้นได้ส่งตัวกลับมาภูมิลำเนาและให้แม่พาไปพบแพทย์เพื่อดูอาการอีกครั้ง ที่โรงพยาบาลอำเภอ ตอนเด็ก 8 เดือน ก็ไม่พบความผิดปกติ แพทย์ก็ไม่ได้นัดอีก

 

จนกระทั่งลูกสาว 2 ขวบ 6 เดือน มีคนทักว่าน้องอั้มเริ่มเดินชน เดินไม่ตรงทาง และพระทักว่าลูกสาวตาไม่ดี ให้รีบไปหาหมอ แม่จึงมาสังเกตเห็นดวงตาของลูกทั้ง 2 ข้าง เป็นฝ้าขาวก่อนจะรีบพาไปตรวจตาที่โรงพยาบาลในอำเภอ แพทย์ก็ให้ยามาหยอด มากิน ผ่านไปอีก 2 ปี ลูกสาว 4 ขวบครึ่ง

 

แม่เห็นลูกไม่ดีขึ้น จึงขอให้แพทย์ช่วยส่งตัวมารักษาที่กรุงเทพฯ แพทย์ได้ทำการผ่าตัดต้อหินที่ตาทั้ง 2 ข้าง โดยเว้นระยะทำทีตาละข้าง จากนั้นก็จะต้องมาตามนัดแพทย์เป็นประจำเพื่อขูดต้อหินที่เคลือบดวงตาขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ และจี้ความเย็นที่ดวงตา ซึ่งแม่ได้พาลูกมารักษาต่อเนื่องจนถึง 10 ขวบ

 

สุดสงสาร ลูกสาว 10 ขวบ เป็นโรคต้อหิน ต้อกระจก ตาซ้ายบอดสนิท ไม่มีเงินรักษา

 

ต่อมาแม่มีปัญหากับพ่อจนต้องเลิกรากัน น้องอั้มก็อยู่กับพ่อและย่า ย่าแก่ชรามากแล้ว ส่วนพ่อต้องไปขับรถรับจ้างจึงทำให้น้องอั้มไม่ได้รักษาต่อเนื่อง ซึ่งพ่อเองก็กีดกันไม่ให้ลูกติดต่อแม่ จนไม่นานที่ผ่านมา น้องอั้มบอกว่าตาซ้ายมืดบอดมองไม่เห็นแล้ว ขณะที่ตาขวากำลังจะมืดลงทุกที จึงขอให้แม่ช่วยพามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ

 

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานกับ รพ.วิมุต ทันที เพื่อขอให้ช่วยตรวจรักษาน้องอั้มเป็นการด่วน ซึ่งทาง รพ.วิมุต ยินดีจะให้การช่วยเหลือ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้

 

จากนั้นเวลา 14.30 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้พาน้องอั้มกับแม่เดินทางไปที่รพ.วิมุต ตามที่นัดหมายเพื่อให้แพทย์ได้ทำการตรวจดวงตาวินิจฉัยอาการ และวางแผนให้การช่วยเหลือรักษาน้องอั้มให้ได้มีหวังกลับมาเห็นแสงสว่างอีกครั้งต่อไป.

 

นางปวีณา กล่าวว่า น้องอั้ม เคยเข้ารับการรักษาที่ รพ.ศิริราช ตั้งแต่อายุ 4 ขวบ จนถึง อายุ 10 ขวบ หลังจากนั้น น้องอั้ม ได้ขาดการรักษาไป เนื่องจากมีปัญหาทางครอบครัว ในวันนี้จึงจะพาน้องอั้มไปที่ รพ.วิมุติ เพื่อตรวจประเมินตาน้องอั้มเบื้องต้นก่อน ว่าจะมีแนวทางการรักษาอย่างไร  แต่อย่างไรก็ตามมูลนิธิปวีณาฯ ก็จะพาน้องอั้มไปติดต่อกับ รพ.ศิริราช เนื่องจากมีประวัติการักษาตาของน้องอั้ม