
กรมชลประทาน ปรับการระบายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่ม
กรมชลประทาน ปรับการระบายเขื่อนเจ้าพระยา รับมือน้ำเหนือเพิ่มเตือน ปชช. ริมสองฝั่งเจ้าพระยา เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ว่า ปัจจุบัน (24 ก.ค.67 เวลา 06.00 น.) ที่สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ในอัตรา 1,169 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ยกตัวสูงขึ้นตามลำดับ
กรมชลประทาน ได้ทำการรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ เพื่อให้เกษตรกรได้นำไปใช้ประโยชน์ พร้อมระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 700 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในพื้นที่ลุ่มต่ำ บริเวณคลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย) เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชน
พร้อมกันนี้ ได้ประสานไปยังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พิจารณาปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปา และกระชังปลาในพื้นที่ ร่วมกับปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ควบคู่ไปด้วย เพื่อช่วยลดภาระการระบายน้ำในพื้นที่ตอนล่าง ช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ตามข้อสั่งการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ประสานงานไปยังจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบในระยะต่อไป



