
ไนจีเรียพบผู้ป่วยอีโบลา ยอดดับพุ่งทะลุ 4,600 ราย ลุกลามแอฟริกาตะวันตก
ไนจีเรียยืนยันพบผู้ป่วยอีโบลา ดับพุ่งทะลุ 4,600 ราย สั่งกักตัวกลุ่มเสี่ยง 44 ราย WHO เตือนระบาดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ลุกลามแอฟริกาตะวันตก
องค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักข่าวทางการแพทย์รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาล่าสุด โดยประเทศ ไนจีเรีย ได้ยืนยันการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo รายแรกอย่างเป็นทางการในกรุงอาบูจา (Abuja) ซึ่งเป็นผู้ป่วยหญิงที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศยูกันดา การยืนยันผู้ป่วยรายดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ไนจีเรียกลายเป็นประเทศที่ 5 ที่ตรวจพบเชื้อไวรัสดังกล่าว นับตั้งแต่มีการประกาศการระบาดครั้งใหญ่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ไทม์ไลท์และไทม์ไลน์การรักษา
- 7 ตุลาคม: ผู้ป่วยเริ่มแสดงอาการป่วย (4 วันหลังจากเดินทางถึงไนจีเรีย)
- 11 ตุลาคม: เข้ารับการรักษาตัวที่สถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงอาบูจา
- 20 ตุลาคม: ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo
- ปัจจุบันผู้ป่วยรายนี้ถูกแยกกักตัวเพื่อรับการรักษาอย่างใกล้ชิด ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเร่งติดตามและเฝ้าระวังผู้ใกล้ชิด (Contacts) จำนวน 44 ราย เป็นเวลา 21 วัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
ประเด็นการติดเชื้อยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยกระทรวงสาธารณสุขยูกันดาระบุว่า ผู้ป่วยรายนี้เป็นหญิงชาวไนจีเรียที่เดินทางไปทำธุรกิจในภาคตะวันออกของคองโก อย่างไรก็ตาม ทางการไนจีเรียยังไม่ได้ออกมายืนยันคำกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างเป็นทางการ ขณะที่องค์การอนามัยโลกกำลังเร่งตรวจสอบประวัติการเดินทางและไทม์ไลน์การรับเชื้อของผู้ป่วยอย่างละเอียด
ทางด้าน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกมาระบุว่า การประเมินความเสี่ยงต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวในสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากยังไม่มีรายงานผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกับการระบาดนี้ในประเทศสหรัฐฯ พร้อมทั้งมีมาตรการคัดกรองเข้มงวดกับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง
ทั้งนี้ การระบาดใหญ่ของอีโบลาในรอบนี้มียอดผู้ป่วยสะสมเกือบ 10,000 ราย (ส่วนใหญ่อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก) ซึ่งถือเป็นการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์อันดับสอง ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ผู้ที่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงสังเกตอาการตนเองภายใน 21 วัน หากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออาเจียน ควร รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการเดินทางทันที
ที่มา theguardian



