ข่าว

ลือหึ่ง! “สี จิ้นผิง” เส้นเลือดสมองตีบ กลางเวที BRICS หามส่ง รพ.ในปักกิ่ง

ลือหึ่ง! “สี จิ้นผิง” เส้นเลือดสมองตีบ กลางเวที BRICS หามส่ง รพ.ในปักกิ่ง

17 ก.ย. 2569

ข่าวลือสะพัด “สี จิ้นผิง” ป่วยหนัก-เส้นเลือดสมองตีบ กลางเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS และถูกนำตัวส่ง รพ. 301 ปักกิ่ง ท่ามกลางการคุมเข้มระดับกฎอัยการศึก

กลายเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกระแสข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้นำจีน หลังมีรายงานว่าเจ้าตัวเกิดอาการป่วยกะทันหันระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย จนต้องยกเลิกภารกิจกระทันหันและเดินทางกลับกรุงปักกิ่งก่อนกำหนด

 

กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำโดย เซี่ย ว่านจวิน (谢万军 / Wanjun Xie) นักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวจีนที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เปิดเผยข้อมูลและคลิปวิดีโอผ่านบัญชี X (Twitter) ของเขา โดยระบุว่า สี จิ้นผิง ได้ยุติการเยือนอินเดียอย่างเร่งด่วนก่อนการประชุมจะเสร็จสิ้น และเมื่อพิจารณาจากภาพวิดีโอในขณะที่ผู้นำจีนวัย 71 ปี กำลังเดินขึ้นบันไดเครื่องบินพิเศษ ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินทิรา คานธี พบว่า สี จิ้นผิง เดินด้วยความยากลำบาก ก้าวเดินไม่มั่นคง และมีลักษณะร่างกายเอียงไปทางซ้ายอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพอย่างรุนแรง

รายงานข่าว ได้แบ่งออกเป็นสองแนวทางหลัก เกี่ยวกับสาเหตุของอาการป่วยของ สี จิ้นผิง ได้แก่

ลือหึ่ง! “สี จิ้นผิง” เส้นเลือดสมองตีบ กลางเวที BRICS หามส่ง รพ.ในปักกิ่ง

  1. ภาวะสมองน้อยฝ่อ (Cerebellar Atrophy): สื่อต่างประเทศอย่าง news.com.au และนักวิเคราะห์สายจีน อ้างข้อมูลจากวงในว่า สี จิ้นผิง อาจป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับเซลล์ประสาทในสมองส่วนซีรีเบลลัมเสื่อมสภาพ ส่งผลให้เสียการทรงตัวและกล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน ทำให้มีอาการเดินโคลงเคลงคล้ายคนเมาตลอดเวลา
  2. ภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน (TIA & Stroke): ขณะที่แหล่งข่าวอีกสายหนึ่งอ้างว่า เขาเกิดอาการสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA) กลางงานประชุม และในระหว่างเที่ยวบินเดินทางกลับปักกิ่ง พื้นที่สมองขาดเลือดได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้อาการ ทรุดหนักลงจนตกอยู่ในภาวะโคม่าเมื่อเดินทางถึงประเทศจีน

นอกจากนี้ ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า ทันทีที่เครื่องบินลงจอด ณ ท่าอากาศยานนานาชาติปักกิ่ง สี จิ้นผิง ได้ถูกนำตัวส่ง โรงพยาบาล 301 (Beijing's 301 Hospital) เพื่อเข้ารับการผ่าตัดและรักษาชีวิตฉุกเฉินในเขตรักษาพยาบาลส่วนตัว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวกำลังถูกยกระดับความมั่นคงเข้าสู่ "สภาวะกฎอัยการศึก" ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2569 โดยมีมาตรการเข้มงวด ได้แก่

 

  1. กักตัวบุคลากร: แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่ ต้องอยู่ประจำการตลอด 24 ชั่วโมง ห้ามเดินทางกลับบ้านหรือออกจากพื้นที่โดยเด็ดขาด
  2. ตัดการติดต่อภายนอก: บุคลากรทุกคนถูกยึดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมด ห้ามติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง
  3. จำกัดการเข้า-ออก: อนุญาตเฉพาะสมาชิกระดับสูงของคณะกรรมการประจำสำนักการเมือง (Politburo Standing Committee) สมาชิกครอบครัวสายตรง และทีมความมั่นคงที่ได้รับอนุมัติเป็นกรณีพิเศษเท่านั้น

 

แม้จนถึงขณะนี้ ทางการจีนจะยังคงปิดเงียบและไม่มีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสุขภาพของผู้นำ แต่การกระจายข่าวบน X ของเซี่ย ว่านจวิน ร่วมกับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดภายในโรงพยาบาล ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับระบอบการปกครองของจีน เนื่องจาก สี จิ้นผิง ได้รวบอำนาจไว้ที่ตนเองอย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่มีการวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน