
โศกนาฏกรรมทางน้ำ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ ดับพุ่ง 35 ราย สูญหายเพียบ
โศกนาฏกรรมทางน้ำ! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่ฟิลิปปินส์ กำลังเดินทางไปเกาะดัง สังเวย 35 ศพ สูญหายอีกกว่า 50 ราย เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา
สำนักข่าว BBC รายงานข่าว กองทัพเรือและหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มได้อีก 30 ราย จากซากเรือเฟอร์รี่ที่ประสบเหตุไฟไหม้เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็น 35 รายแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตผู้ประสบภัยไว้ได้ 43 ราย โดยส่วนใหญ่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว ขณะเดียวกันทีมกู้ภัยยังคงลุยค้นหาผู้สูญหายอีกกว่า 50 ชีวิตอย่างต่อเนื่อง
หน่วยยามฝั่งระบุเพิ่มเติมว่า ยังคงมีร่างผู้เสียชีวิตอีกจำนวนมากติดอยู่ภายในซากเรือ ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถบุกเข้าไปได้จนกระทั่งวันศุกร์ เนื่องจากภายในตัวเรือเต็มไปด้วยก๊าซพิษและความร้อนสูงที่ยังสะสมอยู่
ทางด้าน พลเรือตรีหญิง โนเอมี คายาบยับ โฆษกหน่วยยามฝั่งฟิลิปปินส์ แถลงว่า ศพส่วนใหญ่ถูกพบในบริเวณห้องนอนของผู้โดยสาร ซึ่งเรือลำนี้ใช้เวลาเดินทางตามเส้นทางปกติยาวนานถึง 22 ชั่วโมง
ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้รอดชีวิตเบื้องต้น พบว่าต้นเพลิงน่าจะเริ่มมาจากห้องเก็บสินค้าใต้ท้องเรือ และสังเกตพบว่าผู้โดยสารบางส่วนไม่ได้สวมเสื้อชูชีพขณะเกิดเหตุ
หนึ่งในผู้รอดชีวิตที่ได้รับความช่วยเหลือขึ้นมาบนเรือกู้ภัย เปิดเผยกับสำนักข่าวบีบีซีว่า วินาทีที่ไฟเริ่มลุกลาม เกิดเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกไปทั่วเรือ และตัวเขาเองก็ถูกผู้คนที่กำลังหนีตายเหยียบย่ำขณะพยายามหาทางออกจากตัวเรือ
ขณะนี้ สำนักงานทางน้ำและเดินเรือของฟิลิปปินส์กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้
สื่อท้องถิ่น Palawan Daily รายงานว่า เรือเฟอร์รี่ลำนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 2545 มีเอกสารใบรับรองความปลอดภัยถูกต้อง และพึ่งผ่านการตรวจสภาพไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่เจ้าหน้าที่สอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนผู้โดยสารจริงที่ไม่ตรงกับบัญชีรายชื่อ (Manifest) รวมไปถึงขั้นตอนการบรรทุกสินค้าและการรับมือเหตุฉุกเฉินของลูกเรือ
ทั้งนี้ บนเรือมีผู้โดยสารระบุไว้ 117 คน และลูกเรืออีก 17 คน
ด้านบริษัท Atienza Interisland Ferries ผู้ให้บริการเรือลำดังกล่าว ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือในการสอบสวนอย่างเต็มที่ และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ โดยย้ำว่าจะทำงานอย่างไม่ลดละจนกว่าจะติดตามหาตัวผู้สูญหายทุกคนได้ครบ



