
2 คนงานเนปาล ยอมติดใต้ดินนาน 9 วัน ช่วยเพื่อนกว่าครึ่งร้อย รอดน้ำ-โคลนถล่ม
ฮีโร่ใจเด็ด! 2 คนงานเนปาล ยอมติดใต้ดิน 9 วัน เพื่อช่วยเพื่อนร่วมงานเกือบ 50 ชีวิตให้รอด หลังน้ำป่า-โคลนถล่มอุโมงค์ใต้ดิน
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยเนปาลประสบความสำเร็จในการช่วยชีวิตคนงาน 2 ราย ออกมาจากอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังติดอยู่ใต้ดินนานถึง 9 วัน จากเหตุการณ์น้ำป่าพัดกระหน่ำและดินโคลนถล่มปิดปากอุโมงค์ในพื้นที่
พลตรี ราจา ราม บาสเนต โฆษกกองทัพเนปาล เปิดเผยว่า ผู้รอดชีวิตทั้งสองรายถูกช่วยออกมาจากอุโมงค์ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ตริชูลี 3เอ (Trishuli 3A) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างหนักที่สุดเมื่อสัปดาห์ก่อน
ผู้รอดชีวิตรายแรกคือ นายสัญชัย ซาห์ (Sanjay Sah) หัวหน้าคนงาน วัย 30 ปี ถูกลำเลียงตัวส่งไปยังค่ายทหารในเขตตริชูลี จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนายกาบีร์ มะหาร์จัน (Kabir Maharjan) วัย 45 ปี ซึ่งเป็นซูเปอร์ไวเซอร์แผนกเครื่องกล ออกมาได้เป็นรายที่สอง โดยทั้งคู่ถูกพบที่ระดับความลึกราว 170 เมตรภายในอุโมงค์
คำถามแรกที่นายสัญชัยเอ่ยปากถามเจ้าหน้าที่หลังจากได้รับการช่วยเหลือออกมาคือ "วันนี้วันอะไรแล้ว?"
นายสัญชัยเล่าว่า ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์น้ำป่าถล่ม เขากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องควบคุมของอุโมงค์พร้อมกับเพื่อนร่วมงานอีกราว 40-45 คน
"ในฐานะที่ผมดูแลห้องควบคุม หน้าที่ของผมคือการช่วยชีวิตทุกคนให้ปลอดภัย" นายสัญชัยกล่าว "เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนี้ ผมจะวิ่งหนีเอาตัวรอดไปคนเดียวไม่ได้ ผมต้องช่วยทุกคนก่อน"
เขาเล่าต่อว่า ทันทีที่รู้ว่าเกิดภัยพิบัติใหญ่ เขาได้รีบวิ่งตะโกนแจ้งเตือนทุกคนตลอดแนวอุโมงค์ให้เร่งอพยพเอาชีวิตรอด แต่การทำเช่นนั้นทำให้เขาเสียเวลาจนหาทางออกจากอุโมงค์ไม่ทันในที่สุด
เพื่อประคองสติและคลายความวิตกกังวลท่ามกลางความมืดมิดใต้ดิน นายสัญชัยระบุว่าเขาใช้วิธีสวดมนต์ตลอดเวลา และตลอดหลายวันที่ติดอยู่ เขาได้ยินเสียงของเพื่อนร่วมงานอีก 3 ถึง 4 คนลอยมาจากบริเวณใกล้เคียง
"พวกเราใช้วิธีส่งเสียงตะโกนคุยกันเพื่อเช็กว่ายังมีชีวิตอยู่ และอาจจะมีคนอื่นๆ ติดค้างอยู่แถวๆ อาคารโรงไฟฟ้า (Powerhouse) อีก ซึ่งบางคนอาจจะหนีออกมาไม่ทัน" เขากล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้รอดชีวิตทั้งสองรายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในกรุงกาฐมาณฑุอย่างเร่งด่วน โดยนายสัญชัยมีอาการทรงตัว แต่นายกาบีร์มีอาการขั้นวิกฤตและต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดในห้องไอซียู
ทางด้าน นางฮิราโชวา มะหาร์จัน ภรรยาของนายกาบีร์ เล่าว่า ในตอนแรกสามีของเธอยังอยู่ในภาวะช็อกและพูดไม่ออก แต่ต่อมาเริ่มส่งเสียงพูดได้บ้างแล้ว โดยเขามีบาดแผลที่ขาและมีภาวะตัวเหลืองอย่างเห็นได้ชัด
"ตอนแรกเขายังจำฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ ได้แต่ถามว่า 'ฉันอยู่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้นกับฉัน?'" เธอกล่าว "ตอนนี้เขาดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว เขาบอกว่าอยากกินน้ำ ฉันเลยป้อนน้ำให้ พอลองถามว่าจำฉันได้ไหม เขาพยักหน้าตอบว่าจำได้"
เหตุการณ์น้ำป่าถล่มในครั้งนี้ นำมาซึ่งดินโคลนและหินก้อนมหึมาพัดทะลักเข้าทับปิดทางเข้าออกอุโมงค์โรงไฟฟ้าพลังน้ำหลายแห่งในภูมิภาค โดยที่โครงการตรีชูลี 3เอ แห่งนี้ ทีมกู้ภัยต้องใช้เวลานานเกือบ 6 วันเต็ม เพียงเพื่อค้นหาว่าปากอุโมงค์ถูกดินทับจมอยู่ตรงไหน
อมฤต ธาปา รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนเนปาล ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมกู้ภัย 7 คน เล่าผ่านโทรศัพท์จากจุดเกิดเหตุว่า ทีมงานต้องใช้วิธีมุดและคลานผ่านช่องแคบๆ ภายในอุโมงค์เพื่อตามหาผู้รอดชีวิต ร่วมกับทีมกู้ภัยของกองทัพ
"ทีมงานต้องคลานเลาะไปตามช่องทางยาวประมาณ 10-15 เมตร จนกระทั่งเจาะเข้าสู่พื้นที่หลักของอุโมงค์ได้" นายธาปา กล่าว "แต่เมื่อเรารวบรวมกำลังเข้าไปถึงจุดสิ้นสุดด้านในสุด เรากลับพบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายอยู่บริเวณชั้นบน"
เขากล่าวเสริมว่า "นอกจากพื้นที่สองจุดหลักๆ แล้ว สภาพภายในอุโมงค์ส่วนใหญ่เต็มไปด้วยซากโคลนและหินทับถม และหลังจากตรวจเช็กพื้นที่ทั้งหมดอย่างละเอียดแล้ว เราก็ไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดๆ เพิ่มเติมอีก รวมถึงบริเวณอาคารโรงไฟฟ้าที่สำรวจแล้ว ก็ยังไม่พบผู้รอดชีวิตเพิ่มในขณะนี้"
ปัจจุบัน กองทัพและทีมผู้เชี่ยวชาญยังคงทำงานแข่งกับเวลาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งขนย้ายซากหินและดินโคลนออกจากบริเวณปากอุโมงค์ เพื่อค้นหาผู้สูญหายที่อาจติดค้างอยู่ด้านในต่อไป



