
เนปาล-จีน สั่งระงับกู้ภัยหลังทะเลสาบเสี่ยงต่อการแตก
เนปาล-จีน สั่งระงับกู้ภัยหลังทะเลสาบเสี่ยงต่อการแตก ระบุน้ำปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร กำลังไหลลงสู่ทะเลสาบในอีก 3 วันข้างหน้า
นายนาเรนทรา ปาริยาร์ (Narendra Pariyar) ข้าราชการระดับสูงของเขตราสุวา (Rasuwa) ของประเทศเนปาล เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้รับแจ้งเตือนว่า ทะเลสาบแห่งหนึ่ง มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และคันกั้นน้ำแตก เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวระบุว่า ขณะนี้ เขาสามารถมองเห็นระดับน้ำที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนด้วยตาตนเอง
เจ้าหน้าที่กองทัพเนปาลรายหนึ่ง ระบุว่า ทางการเนปาลตัดสินใจสั่งระงับปฏิบัติการกู้ภัยเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 1 ชั่วโมง 30 นาที ด้านตำรวจเนปาล เผยว่าพวกเขาได้รับแจ้งข้อมูลว่า ทะเลสาบฝั่งจีน เกิดการแตกหรือพังลง ทำให้ทางการต้องเร่งแจ้งเตือนประชาชนและเจ้าหน้าที่
“เราขอให้ทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง รวมถึงทุกคนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจช่วยเหลือ และประชาชนทั่วไป เพิ่มความระมัดระวังอย่างสูง และเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ปลอดภัย”
ก่อนหน้านี้ ‘เนปาล’ และ ‘จีน’ เตือนถึงความเสี่ยงน้ำท่วมครั้งใหม่ หลังจากทะเลสาบสองแห่งกำลังเสี่ยงต่อการแตก ทั้งเนปาลและจีน ต่างเตือนเมื่อวันพฤหัสบดีถึงความเสี่ยงน้ำท่วมครั้งใหม่ในเทือกเขาหิมาลัย เนื่องจากทะเลสาบสองแห่งที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนทั้งสองฝั่งกำลังเสี่ยงต่อการแตกออก โดยภาพถ่ายดาวเทียมที่แสดงให้เห็นทะเลสาบที่กำลังก่อตัวขึ้น ณ จุดที่ธารน้ำแข็งถล่มในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อาจเป็นสาเหตุของอุทกภัยร้ายแรงซ้ำตามแนวชายแดนเนปาล-จีน โดยภาพที่ถ่ายเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 แสดงให้เห็นแหล่งน้ำที่ก่อตัวขึ้นใหม่เหนือพื้นที่ภัยพิบัติ เมฆปกคลุมบางส่วน ทำให้ยากที่จะระบุเศษซากที่เชื่อว่าปิดกั้นแม่น้ำและทำให้น้ำสะสมได้อย่างชัดเจน
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาล เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทะเลสาบยังคงเพิ่มสูงขึ้นและอาจแตกออก ทำให้เกิดภัยคุกคามจากน้ำท่วมครั้งใหม่สำหรับชุมชนที่อยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำโภเตโกศี
ทางการเนปาล เรียกร้องให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่อาศัยอยู่ตามลำน้ำตอนล่างอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากมีความกังวลว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาเพิ่มเติมอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ทะเลสาบจะแตกและส่งผลให้เกิดคลื่นน้ำซัดลงสู่ปลายน้ำอีกระลอก
ขณะเดียวกัน ทางการจีนได้ระงับปฏิบัติการกู้ภัยเช่นเดียวกัน เนื่องจากความกังวลว่า เขื่อนที่เกิดจากดินถล่มอาจพังทลายลงได้ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกและอากาศเย็นลงในอำเภอจี๋หรง ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุดินถล่ม กำลังจะเผชิญกับฝนตกต่อเนื่องในช่วง 3 วันข้างหน้า ท่ามกลางคำเตือนจากทางการ เกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะเกิดดินถล่มและน้ำท่วมซ้ำอีก
สำนักข่าว CCTV ของทางการจีน รายงานอ้างข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนว่า อำเภอจี๋หรงจะมีฝนตกบ่อยครั้ง โดยอุณหภูมิในพื้นที่อาจลดต่ำลงเหลือ 8 องศาเซลเซียส ซึ่งทำให้รู้สึกชื้นและหนาวเย็น
ก่อนหน้านี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ได้ออกคำเตือนถึง "ความเสี่ยงสูง" ที่เขื่อนกั้นน้ำตามธรรมชาติ ที่ก่อตัวขึ้นจากเหตุดินถล่มในเนปาลอาจพังทลายลง ที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ตอนล่าง เนื่องจากมีการสะสมของน้ำที่กลายเป็นทะเลสาบอยู่ด้านหลังเขื่อนธรรมชาติแห่งนี้
ทางการจีนยัง คาดว่าจะมีน้ำปริมาณ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเทียบเท่ากับสระว่ายน้ำโอลิมปิกประมาณ 1,200 สระ กำลังไหลลงสู่ทะเลสาบที่ถูกกั้นด้วยเขื่อน ทางฝั่งชายแดนของจีนในอีกสามวันข้างหน้า ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการพังทลาย โดยคาดว่าปริมาณน้ำจะสูงสุดประมาณวันที่ 1 กันยายน 2569
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติของจีน ระบุด้วยว่า ทะเลสาบแห่งนี้ ซึ่งจัดเป็นประเภท "ทะเลสาบที่เกิดจากการปิดกั้นทางน้ำ" (barrier lake) กำลังก่อตัวขึ้นใกล้กับจุดบรรจบของแม่น้ำโชเชน โคลา ในเนปาล และแม่น้ำพูเรพู ซังโป" ซึ่งไหลเข้าสู่ดินแดนของจีน
สถานีโทรทัศน์ CGTN ของรัฐบาลจีนรายงานว่า การก่อตัวของทะเลสาบกั้นน้ำถูกบันทึกไว้ในภาพถ่ายทางอากาศโดยทีมกู้ภัยของจีนเมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งแสดงให้เห็นมวลน้ำสีน้ำตาลที่สะสมอยู่ในแอ่งน้ำโดยไม่มีทางออกที่มองเห็นได้ น้ำได้ท่วมพุ่มไม้และต้นไม้แล้ว และดูเหมือนจะดันกับแนวกั้นที่ทำจากเศษซากและหิน และคาดว่าจะมีฝนตกมากขึ้น



