
แถลงโกงเลือกตั้ง! 'ทรัมป์' อ้าง 'จีน' แทรกซึมเข้าไปในฐานข้อมูลชาวอเมริกัน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเรื่อง "โกงเลือกตั้ง" อย่างดุเดือดในช่วงไพรม์ไทม์ อ้าง 'จีน' แทรกซึมเข้าไปในฐานข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกัน 220 ล้านคน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ปราศรัยเดือดในช่วงไพร์มไทม์ ที่ถูกมองว่า เป็นความพยายามสร้างความเปราะบางให่้กับการเลือกตั้งของสหรัฐฯ ในขณะที่กำลังจะมีการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยกล่าวหาจีนว่า เจาะข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันจำนวน 220 ล้านรายชื่อ ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นแผนการแทรกแซงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ถ้อยแถลงที่เป็นการรื้อฟื้นข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกตั้งปี 2020 ซึ่งเขาพ่ายแพ้ให้กับโจ ไบเดน ทรัมป์ได้กล่าวหาเวเนซุเอลาว่า อยู่เบื้องหลังความพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐฯ และอ้างว่ากลุ่มอิทธิพลมืดในรัฐบาล (deep state) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปกปิดข้อมูลครั้งใหญ่ แต่เป้าหมายหลักพุ่งไปที่จีน โดยระบุว่า "สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ดำเนินการสิ่งที่เชื่อกันว่าเป็นการละเมิดข้อมูลการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้จีนได้มาซึ่งข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งของสหรัฐฯ จำนวน 220 ล้านรายชื่อโดยมิชอบ" .... "ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ความชื่นชอบพรรคการเมือง และข้อมูลสำคัญอื่นๆ"
การไม่พบหลักฐานยืนยันถึงความไม่ปลอดภัยของเครื่องลงคะแนน หรือการทุจริตในการเลือกตั้งปี 2020 ทำให้ข้อกล่าวหาของทรัมป์ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด และถูกตั้งคำถามอย่างหนัก โดยสถานีโทรทัศน์รายใหญ่บางแห่ง เช่น ABC และ NBC ปฏิเสธที่จะถ่ายทอดสดถ้อยแถลงของเขา และทรัมป์ก็โจมตีพวกเขาว่า "ในความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นได้ยาก NBC และ ABC ซึ่งเป็นสื่อจอมกุข่าว (fake news) ต่างระบุว่ าจะไม่นำเสนอข่าวสุนทรพจน์นี้".... "พวกเขารู้ดีว่าระบบของเราฉ้อฉลเพียงใด และพวกเขา รวมถึงสื่ออื่นๆ ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการสมคบคิดนี้" เขายังขู่ด้วยว่าจะถอนใบอนุญาตสถานีโทรทัศน์ที่ไม่ยอมถ่ายทอดถ้อยแถลงของเขา
รายงานข่าวกรองของสหรัฐฯ ฉบับเดือนมีนาคม 2021 ประเมินว่าจีนไม่ได้ดำเนินการแทรกแซงการเลือกตั้ง และสรุปว่าแม้จีนจะพิจารณาเรื่องการดำเนินปฏิบัติการ เพื่อสร้างอิทธิพลต่อการเลือกตั้งปี 2020 แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้ลงมือทำจริง แต่ทรัมป์กลับกล่าวหาจีนว่า ต้องการให้เขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งปี 2020 โดยบอกว่า "ผมรู้ทันพวกเขา และได้เรียกเก็บภาษีศุลกากรจากพวกเขา เป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์" ซึ่งเป็นการอ้างถึงช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งสมัยแรก
เขายังอ้างรายงานของสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ฉบับใหม่ที่เพิ่งเผยแพร่ว่า ระบอบนิโคลัส มาดูโร อดีตประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ได้พัฒนาวิธีการเปลี่ยนแปลงผลการนับคะแนนเสียงทางดิจิทัล ในลักษณะที่ไม่สามารถตรวจจับได้ แม้จะมีการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็ตาม และนิโคลัส มาดูโร อาจต้องการโน้มน้าวความคิดเห็นของประชาชนชาวอเมริกันให้ต่อต้านทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2020 แต่ไม่มีความสามารถที่จะทำเช่นนั้นได้



