
จีนอ่วม! ทอร์นาโดแฝด พัดถล่ม มณฑลหูเป่ย์ ดับแล้ว 11 ราย เจ็บเพียบ
จีนอ่วม! ทอร์นาโดแฝดพัดถล่มมณฑลหูเป่ย์ ดับ 11 เจ็บเพียบ ไม่พอ! ‘ซูเปอร์ไต้ฝุ่นบาวี’ ความเร็วลม 180 ไมล์ จ่อถล่มซ้ำ
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว เกิดพายุทอร์นาโด 2 ลูก พัดถล่มสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงในมณฑลหูเป่ย์ ทางตอนกลางของประเทศจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ราย โดยความเร็วลมที่สูงถึง 149 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (92.58 ไมล์ต่อชั่วโมง) ได้พัดรถยนต์จนพลิกคว่ำและกระชากหลังคาออกจากตัวอาคาร ทิ้งร่องรอยความเสียหายของเศษเหล็กที่บิดเบี้ยวเอาไว้เป็นทาง
สำนักข่าวซินหัว อ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานจัดการภาวะฉุกเฉินของมณฑลหูเป่ย์ว่า ตลอดระยะเวลาเจาะลึกกว่า 4 ชั่วโมงเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา กระแสลมแรงซึ่งวัดความรุนแรงได้ถึงระดับ 13 ตามมาตราโบฟอร์ตแบบขยาย (Extended Beaufort wind force scale) ได้พัดพาดผ่านเมืองหวงสือ หวงกัง เอ้อโจว และเสียนหนิง นอกจากนี้รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 1 ราย
ทางด้าน หวัง เสี่ยวหลิง ผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาประจำมณฑล เปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นอย่าง หูเป่ย์ เดลี่ ว่า ปรากฏการณ์พายุทอร์นาโดถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมากในมณฑลหูเป่ย์ เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทั้งโรงงานผลิตรถยนต์และเทคโนโลยี โดยพายุทอร์นาโดลูกล่าสุดที่เคยเกิดขึ้นในมณฑลนี้ต้องย้อนไปถึงเดือนพฤษภาคม ปี 2021 เลยทีเดียว
ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก กำลังเผชิญกับภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเป็นผลมาจากปัญหาโลกร้อน (Climate Change) โดยทั้งปัญหาฝนตกหนักน้ำท่วมขัง, อากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และลมพายุที่รุนแรง ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในแต่ละปี ทั้งยังทำลายระบบอุตสาหกรรมและพืชผลทางการเกษตรเสียหายเป็นจำนวนมาก
ภาพเหตุการณ์จากสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี (CCTV) ของรัฐ เผยให้เห็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยในเมืองหวงกังกำลังตรวจสอบซากรถบรรทุกที่พังยับเยิน ซึ่งดูเหมือนว่าห้องคนขับจะถูกเศษหลังคาสังกะสีที่ปลิวมาจากอาคารใกล้เคียงฉีกจนแหลก ส่วนอีกคลิปหนึ่งแสดงให้เห็นรถยนต์สีขาวสภาพพังยับเยินเพราะถูกลมพายุพัดไปอัดก๊อปปี้ติดกับเสาไฟฟ้า โดยมีแผ่นเหล็กบิดเบี้ยวร่วงกระจายอยู่เต็มพื้นที่
ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนแจ้งเตือนว่า พื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ย์ รวมไปถึงบางส่วนของเขตปกครองตนเองกว่างซี (กวางสี) ทางตะวันกเฉียงใต้, มณฑลกวางตุ้งและมณฑลไห่หนาน (เกาะไหหลำ) ทางตอนใต้ และมณฑลทางเหนืออย่าง จี๋หลิน, ซานตง และเหลียวหนิง ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในวันอังคารนี้
คำพยากรณ์อากาศระบุเพิ่มเติมว่า โดยเฉพาะที่เขตกว่างซี ซึ่งยังไม่ฟื้นตัวดีจากพายุไต้ฝุ่น ‘ไมสัก’ (Maysak) ที่เพิ่งคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 4 รายในเมืองหนานหนิง (เมืองเอกของมณฑล) เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา จะต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักสะสมสูงสุดถึง 260 มิลลิเมตรในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นชนวนเหตุให้เกิดภัยพิบัติดินโคลนถล่มตามมา
ขณะเดียวกัน สื่อของรัฐรายงานความคืบหน้าเหตุการณ์ดินถล่มในพื้นที่แถบเทือกเขาทางตะวันตกของมณฑลกานซูว่า จนถึงตอนนี้ยังคงมีผู้สูญหายอีก 16 ราย จากจำนวนพนักงานและชาวบ้านที่ถูกกระแสน้ำและดินโคลนพัดสูญหายไปทั้งหมด 33 คนในช่วงเช้ามืด
ทางด้านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ได้ออกคำสั่งด่วนและเรียกร้องให้ทุกภาคส่วน "ทุ่มเทสรรพกำลังอย่างเต็มที่" ในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมใหญ่ในครั้งนี้
นอกจากภัยพิบัติทางตอนกลางและตอนใต้แล้ว จีนยังต้องเตรียมรับมือกับซูเปอร์ไต้ฝุ่น ‘บาวี’ (Bavi) ที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านมหาสมุทรแปซิฟิกมุ่งหน้าไปยังไต้หวัน และคาดว่าจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งตะวันออกของจีนในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยพายุลูกนี้มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (180 ไมล์ต่อชั่วโมง) ขณะพัดถล่มเกาะกวม, ทิเนียน, ไซปัน และโรตา ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ล่าสุด สำนักข่าว ซินหัว รายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่ม รวมเป็น 11 ราย



