
ไปเที่ยวยากขึ้น? ญี่ปุ่น เพ่งเล็งตรวจยาเสพติด ไทย เข้มงวดขึ้น
ไปเที่ยวยากขึ้น? 'ญี่ปุ่น' เพ่งเล็งตรวจยาเสพติด 'ไทย' เข้มงวดขึ้น เหตุยึดยาเสพติดจากไทยได้หลายเคส ในช่วงเดือนพฤษภาคมและเดือนมิถุนายน 2569 เผย ไทยขึ้นแท่นต้นทางกัญชาอันดับ 2 รองจากสหรัฐฯ
จากกรณีข่าวอื้อฉาว ลูกเรือการบินไทย "รับจ้างหิ้วเฮโรอีน" ทำให้ ไทย กลายเป็นประเทศที่ถูกเพ่งเล็งว่าเป็นต้นทางในการลักลอบขนยาเสพติด โดยญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศปลายทาง ที่จับผู้กระทำผิดฐานลักลอบขนยาเสพติดจากสนามบินต้นทางในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง และเริ่มมีการเพ่งเล็งนักเดินทางจากประเทศไทยมากขึ้น
โดยศุลกากรญี่ปุ่น เผยข้อมูลตั้งแต่ต้นปี จนถึงข้อมูลล่าสุดที่เผยแพร่ว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมดประมาณ 51 คดี เป็นผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากสนามบินในไทยทั้งหมด 11 คดี หรือคิดเป็นประมาณ 21.6% ของคดีทั้งหมด
ยาเสพติดที่ถูกตรวจพบ ส่วนใหญ่เป็นกัญชา, THC (Tetrahydrocannabinol) หรือ สารเตตรา-ไฮโดรแคนนาบินอล ที่ออกฤทธิ์ทางจิตประสาทหลักในพืชกัญชา แบ่งออกเป็น Delta-9 คือ THC ดั้งเดิมที่มีฤทธิ์แรงและทำให้มึนเมา กับ Delta-8 ซึ่งเป็นสารไอโซเมอร์ ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมีฤทธิ์อ่อนกว่า ทำให้เกิดอาการมึนเมาน้อยกว่า และทำให้เกิดอาการหวาดระแวงน้อยกว่า ขณะที่ยาไอซ์ก็พบบ่อยเช่นกัน โดยมีต้นทางมาจากดอนเมือง สุวรรณภูมิ และเชียงใหม่
เฉพาะเคสในเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน
1.วันที่ 18 พฤษภาคม ตรวจพบกัญชาที่สนามบินฟุกุโอกะ มีต้นทางจากดอนเมือง
2.วันที่ 21 พฤษภาคม ตรวจพบ THC ที่สนามบินฟุกุโอกะ มีต้นทางจากดอนเมือง
3.วันที่ 26 พฤษภาคม ตรวจพบยาไอซ์ ที่สนามบินฟุกุโอกะ มีต้นทางจากสุวรรณภูมิ
4.วันที่ 8 มิถุนายน ตรวจพบ THC 183 กรัม ที่สนามบินฟุกุโอกะ มีต้นทางจากสุวรรณภูมิ
5.วันที่ 11 มิถุนายน ตรวจพบ เคตามีน, MDMA (เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน) หรือที่รู้จักในชื่อ ยาอี (Ecstasy) หรือที่วัยรุ่นเรียกว่า "มอลลี่" และยาไอซ์ ที่สนามบินนาฮะ มีต้นทางจากเชียงใหม่
6.วันที่ 15 มิถุนายน ตรวจพบ THC ที่สนามบินเซนได มีต้นทางจากดอนเมือง
7.วันที่ 17 มิถุนายน ตรวจพบ THC เหลวเกือบ 6 กิโลกรัม ที่สนามบินนาโกยา มีต้นทางจากสุวรรณภูมิ
8.วันที่ 30 มิถุนายน ตรวจพบ THC กับกัญชา ที่สนามบินนาฮะ มีต้นทางจากดอนเมือง
แม้ประเทศไทยจะยกเลิก "กัญชาเสรี" และปรับแก้ให้เป็น "สมุนไพรควบคุม" แต่ก็ไม่อาจลบภาพการเป็น "ต้นทางกัญชาอันดับ 2 ของญี่ปุ่น" โดยเป็นรองแค่สหรัฐฯ เท่านั้น โดยศุลกากรญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ในปี 2568 ยึดกัญชาจากไทยได้กว่า 1.5 ตัน ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังยอดของกลางพุ่งขึ้นมากกว่าสามเท่า แตะ 1,531 กิโลกรัม ส่งผลให้ยอดยาเสพติดที่ถูกยึดตลอดปีทะลุ 3 ตัน เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี
ข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นระบุว่า ปริมาณยาเสพติดผิดกฎหมาย ที่ศุลกากรยึดได้ทั้งปีอยู่ที่ 3,211 กิโลกรัม เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า ซึ่ง "กัญชา" เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ตัวเลขพุ่งสูง
เมื่อจำแนกตามแหล่งต้นทาง สหรัฐฯ ยังเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 43% ของกัญชาที่ถูกยึดทั้งหมด ไทยขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองที่ 27% ตามด้วยเวียดนาม 8% สะท้อนว่าไทยกลายเป็น "หนึ่งในต้นทางสำคัญของกัญชา" ที่ถูกลักลอบเข้าสู่ญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมา ส่วนสารเตตรา-ไฮโดรแคนนาบินอล (THC) พบมากถึง 318 กิโลกรัม และถูกจัดเป็นสารผิดกฎหมายภายหลังการแก้ไขกฎหมายเมื่อปลายปี 2567
ญี่ปุ่น ระบุว่า การเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลเท็จบนโซเชียลมีเดีย ที่ทำให้เกิดความเข้าใจว่า กัญชาไม่เป็นอันตราย พร้อมย้ำว่าการไหลทะลักของยาเสพติดเป็น "สถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง" และจะเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมชายแดนด้วย
ก่อนหน้านี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นหนึ่งในปลายทางของยาเสพติดได้เตือนภัย เกี่ยวกับโทษทางกฎหมายของผู้ครอบครอง ผู้เสพ และจำหน่ายยาเสพติด ในญี่ปุ่น เพื่อให้คนไทยได้รับทราบ และตระหนักถึงบทลงโทษที่รุนแรงของกฎหมายยาเสพติด โดยหากถูกจับกุม จะมีขั้นตอนการดำเนินคดี ที่ต้องใช้เวลาพิจารณคดีในศาลยาวนาน ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้รวดเร็ว รวมทั้งข้อควรระวังเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติดในญี่ปุ่นด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา มีคนไทยหลายคน ถูกจับและถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดในครอบครอง ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้ง "การรับฝาก" ระหว่างเดินทางไปญี่ปุ่น จากบุคคลอื่นๆ รวมถึง "การจัดส่งผ่านพัสดุไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ผู้ต้องโทษคดียาเสพติดในญี่ปุ่น มักจะต้องรับโทษจำคุกนานหลายปี เช่น ผู้เสพกัญชา อาจถูกจำคุกไม่เกิน 5 ปี ในขณะที่ผู้เสพยาบ้า ยาไอซ์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ส่วนผู้ครอบครองและจำหน่าย ต้องโทษจำคุก ระหว่าง 1-10 ปี หรือถูกปรับเป็นเงินจำนวนหลายล้านเยน หรือทั้งจำและปรับ



