
ญี่ปุ่น-ไต้หวัน วิกฤต! เจอพายุดับเบิ้ลถึง 2 ลูก ทำฝนตกหนัก เมืองจมบาดาล
ญี่ปุ่น-ไต้หวัน วิกฤต! เจอพายุโซนร้อนดับเบิ้ลถึง 2 ลูก "เมขลา" (Mekkhala) และ "ฮีโกส" (Higos) ทำฝนตกหนัก เมืองจมบาดาล ญี่ปุ่นสั่งอพยพ 1 ล้านคน ไต้หวันสั่งปิดเมืองหนีน้ำท่วม
สำนักข่าว Reuters รายงานข่าว ประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับการหยุดชะงักของการคมนาคมขนส่งในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.2569 นี้ พร้อมทั้งเตรียมรับมือกับฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง และความเสี่ยงจากพายุโซนร้อนสองลูกที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้ ส่งผลให้ทางการต้องประกาศเตือนภัยดินถล่มระดับสูง และมีคำสั่งอพยพประชาชนถึง 1 ล้านคน
กระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า เที่ยวบินมากกว่า 200 เที่ยวถูกยกเลิก รถไฟหลายสิบเที่ยวต้องหยุดให้บริการ ขณะที่ทางด่วนหลายสายถูกสั่งปิด นอกจากนี้ โตโยต้า (Toyota) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ ยังต้องหยุดเดินสายการผลิตชั่วคราวที่โรงงานในภูมิภาคคิวชูทางตอนใต้ของประเทศอีกด้วย
เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาระบุว่า มวลอากาศหน้าฝนที่ยังคงปกคลุมพื้นที่ ประกอบกับกระแสลมร้อนและความชื้นจากพายุโซนร้อน "เมขลา" (Mekkhala) และพายุโซนร้อน "ฮีโกส" (Higos) ได้นำพาฝนตกหนักมาสู่พื้นที่เป็นวงกว้างทางตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม น้ำท่วม และระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่ง
หน่วยงานจัดการเหตุฉุกเฉินเปิดเผยว่า ประชาชนราว 1 ล้านคนยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งอพยพ หลังจากที่ทางการได้ยกเลิกคำสั่งในบางพื้นที่ของจังหวัดโอกินาวาและพื้นที่ทางตอนใช้อื่น ๆ ไปบ้างแล้ว
พายุโซนร้อนเมขลาซึ่งลดระดับความรุนแรงลงมาจากพายุไต้ฝุ่น กำลังเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะริวกิวทางตอนใต้ในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.2569 หลังจากพัดเฉียดเกาะไต้หวัน ซึ่งฝนที่ตกหนักจัดทำให้พื้นที่บางส่วนของเกาะต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไต้หวันราว 6 ล้านคนที่ไม่สามารถไปทำงานหรือไปโรงเรียนได้
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นคาดการณ์ว่า ภายในวันเสาร์ที่ 27 มิ.ย.2569 นี้ พายุเมขลาจะเคลื่อนตัวเร็วขึ้นและเข้าใกล้พื้นที่ทางตะวันตกและตะวันออกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พายุฮีโกสคาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางตะวันออกของประเทศ และอาจพัดขึ้นฝั่งด้วยเช่นกัน
ทางการญี่ปุ่นระบุเพิ่มเติมว่า ผลกระทบร่วมกันของพายุทั้งสองลูกและมวลอากาศหน้าฝนนี้ อาจยิ่งซ้ำเติมให้ปริมาณน้ำฝนเพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศ
โตโยต้าแถลงว่า โรงงานในคิวชูที่สั่งปิดไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.2569 จะเริ่มกลับมาเดินสายการผลิตอีกครั้งตั้งแต่กะที่สองของวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.2569 นี้
"เมื่อคืนนี้ฝนยังไม่แรงเท่าไหร่ แต่พอเช้ามาฝนกลับตกไม่ยอมหยุดเลย" จื้อ เจ้าของร้านขนมหวานในเมืองจูเป่ยทางตอนเหนือของไต้หวันกล่าว "ถนนข้างนอกน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า ส่วนในร้านของเราน้ำก็ปริ่ม ๆ เกือบถึงเข่าเหมือนกัน"
ด้านไต้หวัน มีคำสั่งปิดส่วนราชการและโรงเรียนในวันศุกร์ที่ 26 มิ.ย.2569 ใน 3 ภูมิภาคทางตอนใต้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่ เกาสง ผิงตง และไถหนาน ซึ่งน้ำท่วมขั้นรุนแรงทำให้ทางรถไฟสายหลักที่เชื่อมระหว่างเหนือ-ใต้ต้องปิดให้บริการในบางช่วง
ส่วนที่เมืองซินจู๋ทางตอนเหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ TSMC บริษัทรับจ้างผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของโลก ก็มีการประกาศปิดสำนักงานและโรงเรียนตั้งแต่เวลาเที่ยงวันเป็นต้นไป
แถลงการณ์จาก TSMC ระบุว่า โรงงานต่าง ๆ ยังคงเดินเครื่องตามปกติ และบริษัทได้เตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักในโรงงานทุกแห่งทั่วไต้หวันไว้พร้อมแล้ว
มีประชาชนราว 6 ล้านคนอาศัยอยู่ใน 4 พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบของไต้หวัน โดยในบางพื้นที่ของเขตผิงตงซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงเกือบ 1 เมตร (3.3 ฟุต) แล้วนับตั้งแต่สัปดาห์วันพฤหัสบดีที่ 25 มิ.ย.2569 ผ่านมา
ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในไต้หวัน แต่ทางการในจังหวัดฮัวเหลียนกำลังเร่งอพยพชาวบ้านเกือบ 200 คนจาก 2 ตำบลที่อยู่ท้ายน้ำ เนื่องจาก "ทะเลสาบฝายธรรมชาติ" (Barrier Lake) บนภูเขากำลังมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
"เมื่อคืนนี้ฝนยังไม่แรงเท่าไหร่ แต่พอเช้ามาฝนกลับตกไม่ยอมหยุดเลย" จื้อ เจ้าของร้านขนมหวานในเมืองจูเป่ยทางตอนเหนือของไต้หวันกล่าว "ถนนข้างนอกน้ำท่วมสูงถึงหัวเข่า ส่วนในร้านของเราน้ำก็ปริ่ม ๆ เกือบถึงเข่าเหมือนกัน"
เมื่อปีที่แล้ว ไต้หวันเคยมีผู้เสียชีวิตถึง 19 รายในพื้นที่อื่นของฮัวเหลียน หลังจากทะเลสาบฝายธรรมชาติอีกแห่งหนึ่งเกิดแตกออกในช่วงที่ซูเปอร์ไต้หวัน "รากาซา" (Ragasa) พัดถล่ม ส่งผลให้มวลน้ำและโคลนมหาศาลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกลงมานี้ไม่ได้มีแต่ข่าวร้ายซะทีเดียวสำหรับไต้หวันตอนใต้ เพราะพื้นที่แถบนี้จำเป็นต้องพึ่งพาพายุไต้ฝุ่นในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง เพื่อเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำหลังจากต้องเผชิญกับฤดูแล้งในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา



